เลือกตั้งและการเมือง

'สว.สมชาย' ขู่ 'เศรษฐา-ทวี-ข้าราชการ' ส่อติดคุกปม 'ทักษิณ' - 'กิตติศักดิ์' ยกเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

โดย nattachat_c

20 ก.พ. 2567

10 views

เมื่อวานนี้ (19 ก.พ.67)  ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา สว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาพักโทษ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพักโทษตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์มาตรา 52 (7) ไม่ใช่พ้นโทษ ยังเหลืออีก 6 เดือน ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือยังเป็นนักโทษเด็ดขาด ต้องปฏิบัติย่างเคร่งครัดตามระเบียบ สิ่งที่หลายฝ่ายพยายามพูดหรือบอกสังคม ในการเคลื่อนไหวต่างๆขอให้พิจารณาให้รอบคอบว่าดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ สังคมก็ตั้งคำถามอยู่แล้วถึงเรื่องกระบวนการยุติธรรมก็จะติดตามต่อไปว่าการพักโทษ มีกติกาเคร่งครัดอย่างไร สิ่งที่ครอบครัวบอกว่าจะทำนู่นนี่ พึงพิจารณาให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นถ้าเป็นฝ่ายบริหารของรัฐบาล ฝ่ายต่างๆทางการเมือง อาจจะเข้าข่ายการกระทำความผิด แล้วทำให้นายทักษิณที่อยู่ระหว่างการพักโทษ กลับมาถูกยกเลิกพักโทษ ตนขอเรียนด้วยความปรารถนาดี ซึ่งครอบครัวก็คงดีใจที่ได้กลับมา แต่สังคมก็คงตรวจสอบกันต่อ


นายสมชาย กล่าวว่า ประการถัดมา เรื่องนี้อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้น ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายเดินหน้าตรวจสอบและตั้งสติให้ดี  ให้ใช้กระบวนการทางกฎหมาย  เช่น  คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รับเรื่องไว้เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของนายทักษิณคงไม่มีปัญหาเพราะใช้ช่องทางทางกฎหมาย แต่ส่วนที่ต้องถูกตรวจสอบ  คือฝ่ายบริหาร คนที่เกี่ยวข้องคือนายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้กำกับดูแลหน่วยราชการทั้งหมดจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้


“การปฏิเสธไม่รับทราบ ไม่อยู่ในส่วนที่ไม่รับผิดทางกฎหมาย  เป็นเรื่องที่ป.ป.ช. ต้องสอบ ก็มีคดีที่เคยเกิดขึ้นแล้ว  กรณีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่วนที่ 2 คือกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ไล่ไปตั้งแต่ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ถ้าเรื่องนี้ใช้คณะกรรมการพักโทษ ก็ต้องไปดูว่าคณะกรรมการพิจารณาถูกต้องหรือไม่ ถ้าทำแล้วผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีแบบจำนำข้าว ที่ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่อธิบดีจนถึงผู้อำนวยการต้องติดคุก” นายสมชาย กล่าว


อีกส่วนที่ต้องรับผิดชอบ คือ โรงพยาบาลตำรวจ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ปฏิเสธไม่ได้และใครจะปรับปรุง ปรุงแต่ง แก้ไข บิดเบือน ถือว่ามีความผิด หลักฐานสำคัญคือเวชทะเบียน การแถลงของแพทย์ใหญ่ที่ทำมาโดยตลอด แถลงว่าเจ็บป่วยต่อเนื่องร้ายแรง


“วิกฤตร้ายแรงสำหรับผู้ป่วย ผมคิดว่าทุกคนทราบดีต้องเป็นโรคเอดส์ขั้นสุดท้าย มะเร็งขั้นที่ 4 ไตวายเรื้อรัง อันนั้นเรียกว่าร้ายแรง แต่เท่าที่คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาตรวจสอบมา ตามที่นายทักษิณได้ยื่นตั้งแต่เข้าประเทศไทย เป็นใบรับรองแพทย์จากสิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ความดันโลหิตสูง กระดูกเสื่อม เส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคปอ


นายสมชาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค และกมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ได้เชิญตัวแทนโรงพยาบาลตำรวจและกรมราชทัณฑ์มา ก็ไม่ได้รับคำตอบ ยืนยันว่าไม่ต้องการแทรกแซงสิทธิผู้ป่วย แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าที่ผ่านมามีการอ้างสิทธิ์มาโดยตลอด ทำให้กมธ.ทั้ง 2 คณะ สรุปว่า ไม่รู้ว่าป่วยเป็นอะไร


นายสมชาย ยังเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ทำหน้าที่ตรวจสอบเหมือนหลายคดีที่ผ่านมา โดยตนสนับสนุนนายทักษิณ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไทย แต่สังคมก็ตั้งข้อสงสัยว่า ไม่ได้อยู่ในเรือนจำแม้แต่คืนเดียว เป็นการกระทำโดยชอบหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างอ้างว่าไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเอง เมื่อไม่ได้รับคำตอบ ป.ป.ช. ก็ต้องไปตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่


เมื่อถามว่า มองภาพนายทักษิณอย่างไร ที่ออกมามีเฝือกอ่อนที่แขนและคอ นายสมชาย กล่าวว่า สังคมก็ตั้งคำถามเอง ตนไม่วิพากษ์วิจารณ์ เพราะนิยามคำว่าป่วยร้ายแรง ประชาชนเขามีสามัญสำนึกว่าหมายความว่าอย่างไร นายทักษิณอาจจะป่วยก็ได้ แต่คำแถลงของกรมราชทัณฑ์ กับโรงพยาบาลตำรวจไม่ชัดเจนเอง


“ถ้าชี้แจงชัดเจน ผมว่าสังคมรับได้ ผมไม่ได้แช่งหรืออะไร  แต่ถ้าป่วยร้ายแรงผมเชื่อว่าสังคมไทยเป็นสังคมพุทธ มีความโอบอ้อมอารี ถ้าตัวท่านใกล้จะเสียชีวิตแล้ว หรือท่านอันตรายอย่างยิ่ง ผมว่าคนไทยไม่ใจไม้ไส้ระกำ  เพียงแต่วันนี้ เราไม่ได้รับคำยืนยัน วันนี้ยังไม่สาย คุณทักษิณก็ดี ญาติพี่น้องก็ดี หรือแพทย์ใหญ่แถลงตรงไปตรงมา ผมว่าทุกคนก็จบ กมธ.ตรวจสอบ 180 วัน เชิญทั้งหมอจริง หมอปลอมมา และเปลี่ยนคนมาตลอดเวลา คนที่มาชี้แจงผมไม่รู้โดนย้ายไปกี่คนแล้ว เปลี่ยนหน้ามาตลอด เราก็เห็นใจข้าราชการ แต่ผลเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นคนที่รับผิดชอบคือคนที่ปฏิบัติหน้าที่” นายสมชายกล่าว


เมื่อถามว่า ในการอภิปรายทั่วไป ของ สว.ที่จะเกิดขึ้น  จะได้รับคำชี้แจงว่าเป็นประโยชน์เรื่องนายทักษิณหรือไม่ นายสมชายกล่าวพร้อมหัวเราะว่า “ไม่ทราบเขาจะเลื่อนอีกหรือไม่ เลื่อนจนหมดวาระมั้ง ก็เคยทำมาอยู่แล้วในอดีต หมด 9 เม.ย. ก็เลื่อนแล้ว ตอนนี้ก็เลื่อน พ.ร.บ. งบประมาณมาแล้วใช่หรือไม่ ถ้าเลื่อนมาใกล้ การอภิปรายก็จะถูกข้ามออกไป แต่ก็ยังอภิปรายได้เพราะยังไม่รับรอง สว.ใหม่ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่สาระสำคัญ ผมคิดว่าสังคมตั้งคำถามได้อยู่แล้ว คนก็ตั้งคำถามอยู่ในใจ”


นายสมชาย กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค้างคาใจของคน ผิดก็ว่าไปตามผิด จริงอยู่ว่าไม่อยากจะบอก ถ้าสมมติบอกว่าเป็นเอดส์ แต่คงไม่ใช่ ถ้าป่วยร้ายแรงสาหัส ตนคิดว่าคนไทยไม่ติดใจ และตนเคยพูดกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ให้จัดห้องพิเศษให้นายทักษิณ จะได้ยืนยันว่าเข้าสู่กระบวนการ ตอนนี้สังคมเกิดความเคลื่อนไหวต่อต้าน เพราะมีความรู้สึกว่าไม่ได้เข้ากระบวนการ แต่กระทรวงยุติธรรมก็ยืนยันว่าเข้ากระบวนการแล้ว ซึ่งถามว่าเรียกได้ว่าเป็นศรีธนญชัยทางกฎหมายหรือไม่ ตนคิดว่าเรียกได้

-------------

เมื่อวานนี้ (19 ก.พ.67)  ที่รัฐสภา นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษกลับบ้านกว่า “เหนื่อยใจ” ซึ่งเคยเรียนแล้วว่า นายทักษิณเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก มีหลายเรื่องที่ถูกบันทึกไว้ในโลกนี้ เพราะฉะนั้นการทำดีทำชั่ว คนอื่นไม่รู้แต่ใจตัวเองต้องรู้ คือการตกนรกทั้งเป็น นายทักษิณจะต้องได้รับกรรมตรงนี้อยู่แล้ว


ส่วนเรื่องอาการป่วยของนายทักษิณที่ยังไม่มีใครให้ความชัดเจน แต่เมื่อดูภาพที่ออกมาแล้วมองอย่างไรนั้น นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ถ้าจิตใจเป็นธรรมและเป็นกลางจริงๆ ตนและประชาชนทั่วไปดูก็รู้ว่านายทักษิณ ไม่ได้ป่วยจริง แต่จะไปปรักปรำ ตรงนั้นกฎหมายบ้านเมืองบอกแล้วว่า นายทักษิณมาตามกฎหมายทุกอย่าง แต่นั่นหมายถึงว่า คนที่บอกว่ามาตามกฎหมายทุกอย่างจะต้องถูกตรวจสอบ แต่ที่ชัดๆคือกรมราชทัณฑ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะต้องถูกตรวจสอบอย่างถึงที่สุด เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนติดตามอยู่ ว่ากรณีเช่นนี้การทำผิดกฎหมาย ศาลตัดสินแล้ว ไม่ต้องจำคุกเลยแม้แต่วันเดียว อย่างนี้จะเป็นธรรมกับนักโทษในเรือนจำกว่า 200,000 คนหรือไม่ เพราะบางครั้งเขาไม่มีจะกิน ไปขโมยนมกระป๋องในห้าง ยังต้องถูกจำคุก แต่นี่นายทักษิณ มีคดีที่ศาลตัดสินแล้วว่า ทุจริต แล้วหนีไปต่างประเทศ 16-17 ปี แต่กลับมาไม่ต้องติดคุกเลยแม้แต่วันเดียว จึงขอถามประชาชนว่ากรณีของนายทักษิณถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกหรือไม่ และถ้านายทักษิณยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย อย่างนี้ ตนเป็นห่วงบ้านเมือง ว่าความขัดแย้งความรุนแรง ของประชาชนจะมากมายแค่ไหน ซึ่งเป็นห่วงจริงๆ


ส่วนจะถึงขั้นนองเลือดหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่าตนบอกไม่ได้ แต่การกระทบกระทั่งกันเริ่มแล้ว ดังนั้นตนกล่าวหาได้เลยว่า นายทักษิณเป็นตัวปัญหาที่สร้างความแตกแยกให้กับคนไทยทั้งประเทศ


สำหรับจะนำเรื่องนายทักษิณไปอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 153 ของวุฒิสภา ในวันที่ 25 มีนาคมแน่นอนหรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า เป็นประเด็นที่ต้องอภิปรายแน่นอน แต่การอภิปรายนั้น ต้องระมัดระวัง เรื่องของกฎหมาย การหมิ่นประมาท แต่เมื่อทำหน้าที่แล้วก็ไม่ได้กังวล เพราะถ้าคนทำผิด โดยเฉพาะละเมิดกฎหมายแล้วถ้าไม่พูดถึงเลย เราก็ไม่ควรที่จะมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ตรงนี้


ส่วนกรณีที่นายทักษิณอาจเข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารประเทศด้วย นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ประเทศไทยขาดคนดีแล้วหรือ ประเทศไทยถ้าไม่มีนายทักษิณอยู่ไม่ได้เลยใช่หรือไม่ และเห็นว่าคนไทยที่ไม่ใช่นายทักษิณ ต้องมาช่วยกันดูแลบ้านเมือง มาแก้ปัญหาของประเทศ แต่ถ้าเอานักโทษที่หนีคดีไป 10 กว่าปี กลับมาไม่ต้องติดคุกเลยแม้แต่วันเดียว มาบริหารประเทศ ตนก็มองไม่ออกว่า ประเทศไทยจะเดินไปสู่จุดไหน


สำหรับกรณีที่ไม่ใช่เพียงพรรคเพื่อไทยอย่างเดียวแต่ยังมีพรรคร่วมรัฐบาลที่จะเข้าไปกราบนายทักษิณ และอาจทำให้เป็นศูนย์รวมอำนาจนั้น นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า เราไม่สามารถที่จะไปละเมิดความคิด ความรักของคนได้ โดยเฉพาะการเมือง ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ใครจะไปไหว้ใคร กราบใคร ก็เป็นสิทธิ์แต่สำหรับ สว. กิตติศักดิ์จะไหว้แต่คนดี มีคุณธรรมเท่านั้น


ทั้งนี้จากนี้ไปจะมีนายกรัฐมนตรีมากกว่า 2 คนหรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ตนคิดว่ามากกว่า 2 คน เพราะยังมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อีกคน ดังนั้นเป็นเรื่องมหัศจรรย์ สำหรับประเทศไทย และตนคิดว่าสวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจใครทำผิด คนอื่นไม่รู้ สวรรค์รู้


ส่วนจะทำให้เก้าอี้นายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สั่นคลอนหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆตั้งแต่แรกไม่ได้ให้ราคานายเศรษฐา เพราะที่มาก็ทราบอยู่แล้วว่ามาเพราะส้มหล่น หรือถูกหวย หรืออะไรก็ตาม ยิ่งเมื่อนายทักษิณมาอยู่ตรงนี้ นายเศรษฐา จะกลายเป็นดาวที่ไร้แสง

----------------




รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/KNsVGU1OhTQ

คุณอาจสนใจ

Related News