สังคม

กรมประมง แจงวิธีตรวจปลากระป๋อง พบเป็น “ปลานิล” ยันเป็นตามมาตรฐานสากล

15 ก.ค. 2569

340 views

กรมประมง เผยวิธีตรวจปลากระป๋อง ยันเป็นไปตามมาตรฐานสากลทั่วโลกยอมรับ ชี้ผลตรวจ DNA พบ “ปลาหมอคางดำ” มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะเป็นตัวอย่างคนละกระป๋อง

ดร.ชุติมา ขมวิลัย ผู้อำนวยการกองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง กรมประมง อธิบายถึงการตรวจตัวอย่างปลากระป๋อง ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่งมาให้กรมประมงตรวจสอบว่าใช้ปลาชนิดใดนั้น กรมประมงยืนยันว่ามาตรฐานกรมประมง เป็นไปตามหลักสากลยอมรับ

ผู้อำนวยการกองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง อธิบายว่าในวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา อย.ได้ส่งปลากระป๋องมาให้กรมประมงตรวจ 3 ชุดตัวอย่าง

ชุดแรกเป็นปลากระป๋องยี่ห้อโบนัส จำนวน 10 กระป๋อง

ชุดที่ 2 เป็นกระป๋องเปลือยไม่มีฉลากติด จำนวน 4 กระป๋อง

ชุดที่ 3 เป็นกระป๋องเปลือยเช่นกัน จำนวน 6 กระป๋อง

จากนั้นกรมประมงใช้การตรวจสอบจากลักษณะทางกายภาพ ร่วมกับการตรวจอนุกรมวิธาน (Taxonomic identification) ในการตรวจชนิดของปลา

ลักษณะที่ปรากฏ ใช้การดูร่องรอยของเกล็ดปลา ถ้าเป็นปลานิล บนเส้นข้างตัวจะมีเกล็ดอยู่ 4-5 เกล็ด แต่ถ้าเป็นปลาหมอคางดำ จะมีเส้นข้างตัว 3 - 3.5 เกล็ด เป็นไปตามลักษณะเฉพาะของปลาแต่ละชนิดที่ใช้ตามหลักการสากล

กรมประมงใช้วิธีการนี้เป็นไปตามมาตรฐาน Codex (Codex Alimentarius) (ประมวลมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ จัดทำโดย FAO และ WHO) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทั่วโลกให้การยอมรับ กรมประมงใช้วิธีนี้ในการตรวจสินค้าประมงในการส่งออก วิธีการดังกล่าวไม่ใช่กรมประมงคิดขึ้นมาเอง แต่เป็นการไปเรียนรู้ และได้รับการประเมินจากประเทศคู่ค้า ที่เข้ามาตรวจประเมิน เพื่อยืนยันว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้องแม่นยำ เราได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 17025 และ ISO 17020 ดังนั้นยืนยันได้ว่ามาตรฐานที่เราใช้เป็นมาตรฐานระดับโลก

สิ่งที่ต้องบอกคือ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกทูน่ากระป๋องเป็นอันดับ 1 ของโลก ประเทศคู่ค้าให้การยอมรับในมาตรฐานของไทยเป็นอย่างดี ดังนั้นวิธีการตรวจ ได้รับการประเมินจากประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ประเทศคู่ค้าจะมาดูว่าการผลิตของไทยเป็นอย่างไร รวมถึงการตรวจสอบของไทยเป็นอย่างไร มาตรฐานของไทยถูกตรวจสอบทุกปี ทั้งจากอียู สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และทุกประเทศที่มีมาตรฐานด้านอาหาร

สำหรับความแตกต่างการตรวจแบบอนุกรมวิธาน และการตรวจแบบดีเอ็นเอ มีความแตกต่างกัน คือการตรวจแบบอนุกรมวิธาน เป็นการนำตัวอย่างชิ้นปลามาดูลักษณะเฉพาะทางกายภาพของปลาแต่ละสายพันธุ์

แต่การตรวจแบบดีเอ็นเอจะมีกระบวนการค่อนข้างยาว เช่น ต้องนำตัวปลามาสกัดด้วยสารเคมี เมื่อนำไปสกัดแล้ว ต้องนำไปเข้าเครื่องซีเควนซ์ หรือเครื่องตรวจดูการเรียงลำดับของเบสในดีเอ็นเอ จะต้องใช้เวลานาน และผู้ที่อ่านผลจะต้องอ่านผลเป็น ก่อนจะนำไปเทียบยีนแบงค์หรือธนาคารพันธุกรรม ว่าตัวที่รันซีเควนซ์ออกมา มีความใกล้เคียงกับสัตว์น้ำชนิดใด ทำให้การตรวจแบบดีเอ็นเอ จะใช้เวลาและใช้งบประมาณจำนวนมาก

แต่การตรวจแบบอนุกรมวิธาน จะต้องใช้บุคคลที่มีความชำนาญระดับสูง ในเรื่องการตรวจพินิจลักษณะเฉพาะของสัตว์แต่ละตัวออกมา ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับหนึ่ง

สำหรับตัวอย่างปลากระป๋องที่ อย.นำมาให้กรมประมงตรวจ และนำไปให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ตรวจนั้น คิดว่าน่าจะเป็นตัวอย่างคนละกลุ่มกัน น่าจะคนละล็อตกัน เพราะในแต่ละกระป๋อง ก็มีความแตกต่างกัน เนื่องจากแต่ละโรงงาน เมื่อรับวัตถุดิบเข้ามาแต่ละวัน ก็จะมีความแตกต่างกัน อาจจะจับมาจากบ่อต่างพื้นที่กัน ดังนั้นแต่ละกระป๋องก็จะมีความจำเพาะเจาะจงในแต่ละกระป๋องนั้นๆ

ดังนั้นกระป๋องที่กรมประมงนำมาตรวจ และกระป๋องที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นำไปตรวจ เป็นคนละกระป๋องกัน คนละกลุ่มกัน ดังนั้นผลการตรวจจึงมีโอกาสที่แตกต่างกันได้อยู่แล้ว

จึงมีโอกาสเป็นไปได้ที่กระป๋องของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นำไปตรวจ จะเป็นปลาหมอคางดำ ต้องไปดูว่าโรงงานใช้วัตถุดิบในการผลิตจากแหล่งไหนวันไหน

ทั้งนี้เพื่อคลายความสงสัยให้ประชาชน กรมประมงและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สามารถตรวจตัวอย่างปลากระป๋องจากกระป๋องเดียวกันได้ กรมประมงความยินดีในเรื่องนี้ แต่ลักษณะชิ้นเนื้อตัวอย่าง ถ้านำมาให้กรมประมงตรวจชิ้นเนื้อต้องสมบูรณ์ เพราะกรมประมงแยกด้วยลักษณะกายภาพหรืออนุกรมวิธาน เช่น เนื้อจะต้องเห็นชัด ร่องรอยของเกล็ดปลาจะต้องเห็นชัด

แต่การสกัดตามรูปแบบดีเอ็นเอของมหาลัยสงขลานครินทร์ จะต้องเอาชิ้นเนื้อไปสกัดไปบีบอัด จากนั้นนำไปทดสอบโดยการใช้น้ำยาเคมีต่างๆ ดังนั้นหากนำปลากระป๋องที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นำไปตรวจ นำมาให้กรมประมงตรวจ ต้องไปดูว่าลักษณะชิ้นเนื้อยังมีความสมบูรณ์ สามารถตรวจสอบได้หรือไม่

แต่ตามหลักการวิเคราะห์ มักจะไม่ทำกัน ที่จะเอาส่วนที่เหลือจากการตรวจแบบหนึ่ง แล้วนำมาตรวจอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะจะทำให้เกิดการปนเปื้อนกัน

ท้ายที่สุดนี้ กรมประมงอยากฝากถึงประชาชน ว่าประเทศไทยเป็นประเทศอันดับ 1 ของโลก ในการส่งออกสินค้าอาหารกระป๋อง ในส่วนของกรมประมง เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลสินค้าที่ทส่งออกเกี่ยวกับประมง ยืนยันได้ว่า วิธีการของกรมประมงเป็นไปตามมาตรฐาน เพราะปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และที่ผ่านมา ประเทศคู่ค้าให้ความเชื่อมั่นกับระบบการตรวจสอบของประเทศไทย ประเทศไทยรับการตรวจประเมินจากประเทศคู่ค้าทุกปี ไม่เคยมีปัญหาอะไร เพราะวิธีที่กรมประมงใช้ เป็นวิธีการที่ทุกประเทศใช้งานอยู่เช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  กรมประมง ,ปลากระป๋อง

คุณอาจสนใจ

Related News