สังคม
ศึกสายเลือด! แม่แฉห้องกรงศูนย์พักพิง ทรมานกว่า 2 ปี ลูกชายเปิดหน้าโต้ ซัดน้องสาวคนบงการ
5 ชั่วโมงที่แล้ว
368 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (6 ตุลาคม 2569) พูดคุยกรณีผู้เสียหายร้องเรียนว่าถูกลูกชายและลูกสะใภ้ฮุบสมบัติ ซ้ำยังส่งชายฉกรรจ์มาอุ้มตนเองไปส่งที่ศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และภายในศูนย์มีการทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว ต่อมา ตำรวจกองปราบได้เข้าตรวจสอบศูนย์ดังกล่าว พบกรงเหล็กครอบคนไข้ไว้บนเตียง โดยเจ้าของศูนย์อ้างว่าเพื่อป้องกันคนไข้ตก ลื่นล้ม ทำร้ายตัวเอง เพราะหากใช้เชือกมัดแขนขานานเสี่ยงบวมเป็นแผล และหลังจากที่อธิบดี สบส.และตำรวจ สภ.ท่าม่วง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่า ไม่ได้ขออนุญาตสถานพยาบาล มีการทำเกินกว่าที่ขออนุญาตเป็นศูนย์ดูแล
ในรายการวันนี้จึงพูดคุยกับคุณภัทร ผู้ร้องเรียน โดยเจ้าตัวพร้อมเปิดหน้า เพื่อเจอกับลูกและลูกสะใภ้ โดยเล่าย้อนถึงช่วงที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์ว่า สภาพความเป็นอยู่ต้องอยู่ในห้องแยกเดี่ยว ลักษณะเป็นลูกกรง ตนได้ทำตำหนิไว้ภายในห้อง และพร้อมที่จะไปชี้จุด ภายในห้องลูกกรงนั้น มีเพียงถังผงซักฟอกกลมๆ วางไว้ให้สำหรับขับถ่าย ไม่มีน้ำ มีเพียงกระดาษทิชชู 3 ม้วน ตนจะได้ออกไปก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่พาไปอาบน้ำเท่านั้น
ขณะที่ลูกชาย พร้อมด้วยภรรยาและน้องชายภรรยา เล่าว่า ตนเองเป็นคนรับแม่ออกมาจากบ้าน ตั้งใจจะพาแม่ไปรักษา เพราะแม่อารมณ์รุนแรง ทำร้ายตนเองและน้องสาวถึงขั้นเลือดตกยางออก ซึ่งน้องสาวตนก็อยากให้ตนพาแม่ไป มีหลักฐานคือจดหมายที่น้องสาวเขียนเองว่าเจอกับอะไรบ้าง ตนเองก็คุยกับน้องตลอดว่าจะพาแม่ไปไหน จังหวะนี้น้องสาวโต้กลับทันทีว่าไม่จริง พี่ชายไม่เคยบอกว่าจะพาไปขังแบบนี้ ซึ่งพี่ชายก็บอกว่าศูนย์ที่ตนพาแม่ไป เจ้าหน้าที่บอกว่ามีหมอรักษาเหมือนโรงพยาบาล
ส่วนประเด็นตู้เซฟ ทางลูกชายบอกว่าน้องสาวเป็นคนทักมาขอให้ช่วย เพราะไม่รู้จะเอาไปฝากใคร ซึ่งทางภรรยาของพี่ชายรับรู้ และยอมรับว่ารับฝากเซฟ แต่น้องสาวเป็นคนเปิดเซฟเองก่อนเอามาฝาก ดังนั้น ทรัพย์สินภายในตนเองไม่รู้เรื่อง มีแต่น้องสาวที่รู้เท่านั้น ซึ่งพี่ชายเปิดหลักฐานแชตไลน์ที่ยืนยันว่าน้องสาวเปิดเอาทรัพย์สินไปขาย ทั้งนี้ น้องสาวก็ยอมรับว่าเอาบางส่วนไปขายจริง แต่ที่ต้องทำเพราะตอนที่แม่ถูกจับไปอยู่ที่ศูนย์ ตนเองต้องรับผิดชอบค่าบ้าน ค่ารถทั้งหมด
แม่ตั้งธงว่าต้องการโรงงานคืน ทางลูกชายบอกว่าไม่น่าจะทำได้ หลังจากนั้นภรรยาและน้องชายภรรยาก็ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาทำมาตั้งแต่ต้นแล้ว มีค่าใช้จ่ายรีโนเวท จ้างพนักงาน และค่าจิปาถะอีกสารพัด ทนายแก้วและเอก สายไหมต้องรอดจึงพูดในประเด็นข้อกฎหมาย ถ้าไม่มีหลักฐานว่าเซ้ง แสดงว่าทางฝั่งลุกชายเป็นการเช่าโรงงาน และโรงงานก็ยังเป็นของแม่ น้องชายภรรยาจึงสวนกลับว่า อันนี้ตัดสินกันแบบนี้เลยเหรอ เอกจึงถามกลับว่าแล้วมีหลักฐานการเซ้งไหม ถ้าไม่มีเอกสิทธิ์โรงงานก็ยังเป็นของแม่ แสดงว่าคุณอยากได้ของเขา ทางน้องชายภรรยาจึงโต้กลับทันควันว่า ไม่ได้อยากได้
สุดท้าย ทั้งลูกชายและลูกสะใภ้ต่างก้มกราบเท้าแม่ ขอโทษหลังเห็นสภาพความเป็นอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งแม่ก็ร่ำไห้ บอกว่าไม่เป็นไรลูก
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส