สังคม
แฉลูกในไส้ฮุบสมบัติ ถูจับส่งศูนย์ผู้สูงอายุ ขังกรงหมา 2 ปี แม่ลั่น! ฉันไม่ได้ป่วย
5 ต.ค. 2569
683 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (5 ตุลาคม 2569) พูดคุยกรณีแม่ร้องขอความเป็นธรรม อ้างถูกลูกชายและลูกสะใภ้พาตัวไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโดยไม่สมัครใจ นานกว่า 2 ปีครึ่ง
แม่เล่าย้อนกลับไปเมื่อปี 2550 เริ่มต้นทำธุรกิจขายรถยนต์นำเข้าและเต็นท์รถมือสอง ก่อนจะปิดกิจการในปี 2554 จากนั้นปี 2555 หันมาทำธุรกิจแบรนด์เครื่องสำอาง และต่อมาได้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตเครื่องสำอางของตัวเองในย่านลาดพร้าว จนโรงงานก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2560 และดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งช่วงปี 2558-2559 ลูกชายแต่งงานกับทันตแพทย์หญิง ซึ่งคุณแม่เป็นผู้แนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน หลังจากแต่งงาน ลูกชายมีลูก 2 คน แต่คุณแม่อ้างว่าเริ่มมีปัญหาภายในครอบครัว โดยลูกชายไม่ได้ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ขณะที่ลูกสะใภ้เป็นทันตแพทย์ และมีปากเสียงกันเรื่องการทำงาน คุณแม่จึงแอบช่วยเหลือเรื่องเงินให้ลูกชายเป็นบางครั้ง
ต่อมาในปี 2565 ลูกชายและลูกสะใภ้เข้ามาช่วยดูแลโรงงานเครื่องสำอาง โดยลูกสะใภ้ขอเป็นผู้บริหารกิจการเองทั้งหมด คุณแม่และลูกสาวจึงยอมรับเงินเดือนคนละ 50,000 บาท แลกกับการมอบความไว้วางใจให้บริหารงาน โดยหวังว่าลูกชายจะกลับมาทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งและครอบครัวจะมีความมั่นคง แต่แม่อ้างว่า หลังลูกชายและลูกสะใภ้เข้าบริหารโรงงานได้ประมาณ 3 เดือน กลับพบว่ามีการเปลี่ยนชื่อโรงงาน โดยที่ภายหลังจึงมาทราบเรื่องดังกล่าว
กระทั่งปลายปี 2566 ทั้งคู่เกิดปัญหาครอบครัวอย่างหนัก หลังคุณแม่อ้างว่าลูกชายมีความสัมพันธ์กับพี่เลี้ยงเด็ก จนเกิดความขัดแย้งภายในครอบครัว ต่อมาในปี 2567 ลูกชายเข้ามาบอกคุณแม่ว่าไม่สามารถบริหารโรงงานต่อได้ เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุน และขอคืนโรงงานให้คุณแม่ดูแล โดยขอเวลา 3 เดือนเพื่อดำเนินการเรื่องเลิกจ้างพนักงานประมาณ 30 กว่าคน
แม่จึงเริ่มเตรียมแผนกลับมาบริหารกิจการ ติดต่อทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงวางแผนด้านการตลาดเพื่อเดินหน้าธุรกิจต่อ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผัน แม่อ้างว่าวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ลูกชายเดินทางมาที่บ้านพร้อมชายอีก 2 คน โดยอ้างว่าจะมาพูดคุยเรื่องโรงงาน ก่อนที่ชายทั้งสองคนจะเข้ามาจับตัว ปิดปาก และอุ้มขึ้นรถพยาบาล
โดยอ้างว่าแม่มีปัญหาทางจิตเวช ก่อนถูกนำตัวไปยังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง และอ้างว่าถูกใส่กุญแจมือ ถูกทำร้าย ถูกข่มขู่ และถูกบังคับให้รับประทานยานอนหลับเป็นประจำ ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ดังกล่าวนานประมาณ 2 ปีครึ่ง กระทั่งสามารถแอบติดต่อกับน้องสาว และขอให้เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนจะสามารถออกมาจากศูนย์ดังกล่าวได้
หลังออกมาได้ กลับมาตรวจสอบทรัพย์สินของตัวเอง พบว่าทั้งกิจการโรงงานเครื่องสำอาง รวมถึงทรัพย์สินภายในบ้านและทรัพย์สินที่เก็บไว้ในตู้เซฟสูญหายไป โดยเฉพาะทองคำและทรัพย์สินมีค่า ซึ่งคุณแม่ระบุว่า ลูกชายและลูกสะใภ้เป็นผู้ที่นำออกไป
ต่อมา ทางลูกชายได้ส่งแชตไลน์ที่พูดคุยกับน้องสาวมาในรายการ โดยบอกว่าน้องสาวเป็นคนบอกให้ตนพาแม่ไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งลูกสาวบอกว่าเป้นแชตปลอม ตนเองไม่เคยคุยแบบนี้กับพี่ชาย และระหว่างนั้นตนก้ตามหาแม่ตลอด ไปตามหาที่โรงพยาบาลแทบทุกที่แต่ก็ไม่พบ ตนถามพี่ชายตลอดว่าเอาแม่ไปไว้ไหน พี่ชายก็ด่ากลับมาตลอด และที่ตนไม่แจ้งความเพราะพี่ชายสั่งไม่ให้บอกใคร ยอมรับว่าโง่เองที่เชื่อเขา ยืนยันไม่ได้สมรู้ร่วมคิดในการพาจับตัวแม่ไป และตนเองเป็นคนติดต่อประสานทนายความให้ช่วยเหลือแม่
ด้านเจ้าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เผยว่า ลูกชายพาแม่มาฝากเอง ส่วนลูกสาวไม่เคยมา ตอนที่ลูกชายเอามาฝาก บอกว่า แม่คลุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของ ทำร้ายร่างกายคนในบ้าน ญาติจึงต้องการฝากให้ดูแล ส่วนที่แม่บอกตั้งแต่แรกว่าไม่อยากอยู่ เขาพูดจริง แต่ทางศูนย์ไม่ได้ปล่อยออกไป เพราะรับฝากดูแลจากลูกชายแล้ว ส่วนเรื่องยานอนหลับ ยืนยันไม่ได้ให้แน่นอน
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,ฮุบสมบัติ