สังคม

สกัดเรือขนอาวุธสงครามข้ามชาติ ลอบขนจากกัมพูชา ยึด AK-47 – เครื่องกระสุนเพียบ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

15 views

สกัดเรือขนอาวุธสงครามข้ามชาติ ยึด AK-47 จำนวน 2 กระบอก เครื่องกระสุนกว่า 24,000 นัด แม็กกาซีน 102 ซอง ลำเลียงมาจากฝั่งกัมพูชา ลอบขนถ่ายสินค้ากลางทะเล เร่งขยายผลหาตัวบงการ

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำแหลมงอบ นำโดย พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทัพเรือภาคที่ 1 (กรมข่าวทหารเรือ) จ.ส.อ.ธีรยุทธ ตอซอ ปลัดอำเภอแหลมงอบ และ พ.ต.อ.จุมพฎ มัณยาภา ผู้กำกับการ สภ.แหลมงอบ สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนของผิดกฎหมายจากประเทศกัมพูชาเข้ามาทางเรือ และจะเข้าเทียบท่าที่ อ.แหลมงอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ที่ท่าเรือคลองใหญ่ หมู่ 2 ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ พบเรือสปีดโบ๊ทสีน้ำเงิน-ขาวแล่นเข้าเทียบท่า จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ทันทีที่เรือจอด นายศักรินทร์ อายุ 56 ปี ชาว อ.เกาะกูด ซึ่งเป็นผู้ขับเรือ กระโดดหลบหนีไปได้ ส่วนผู้ที่อยู่บนเรืออีก 1 ราย คือ นายสมจิตร อายุ 51 ปี ชาว จ.ตรัง ถูกควบคุมตัวไว้ได้

จากการตรวจค้นเรือ พบอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บของใต้ท้องเรือและใต้เบาะท้ายเรือ

ระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีก 3 ราย ซึ่งขับรถเข้ามาจอดรอรับของบริเวณท่าเรือ ประกอบด้วย นายกีรพันธ์ อายุ 34 ปี ชาว จ.ตราด พร้อมแฟนสาว (ไม่ทราบชื่อ) ซึ่งจอดรอเพื่อนำเทรลเลอร์ต่อพ่วงขึ้นเรือ และนายนฤเทพย์ อายุ 23 ปี ชาว จ.ตราด ซึ่งจอดรออยู่ใกล้เคียงเพื่อรับสินค้าส่งต่อ

นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์โตโยต้า วีออส สีฟ้า ซึ่งเป็นของนายศักรินทร์ ผู้ที่หลบหนีไปได้ จอดอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.แหลมงอบ

ผลการตรวจสอบของกลางพบว่า ประกอบด้วย ปืน AK-47 จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืนขนาด 7.62 มม. จำนวน 23,640 นัด กระสุนปืนขนาด 12.7 มม. จำนวน 765 นัด แม็กกาซีน จำนวน 102 ซอง รถยนต์ 3 คัน เรือเร็ว 1 ลำ เทรลเลอร์ลากเรือ 1 คัน

จากการสอบสวน นายสมจิตร ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างให้ไปรับสินค้าที่กลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด โดยนายศักรินทร์เป็นผู้ขับเรือ ก่อนนัดพบกับเรือจากฝั่งกัมพูชาเพื่อขนถ่ายสินค้ากลางทะเล แล้วนำกลับมาเทียบท่าที่แหลมงอบ ซึ่งจะมีบุคคลอีกกลุ่มมารับสินค้าต่อ โดยตนไม่รู้จักคนรับของ และได้รับค่าจ้างคนละ 4,000 บาท

ด้านนายกีรพันธ์ ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากหญิงชื่อมะลิ ให้มาช่วยลากเรือขึ้นฝั่งเท่านั้น โดยไม่ได้รับคำสั่งให้นำเรือไปที่ใด ได้ค่าจ้าง 500 บาท และอ้างว่าไม่ทราบว่าภายในเรือมีอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมาย คิดว่าเป็นเพียงเรือตกปลาทั่วไป

พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดจากการสืบสวนหลังได้รับแจ้งจากสายลับ จึงประสานกรมข่าวทหารเรือร่วมวางกำลังเฝ้าตรวจ ก่อนเข้าตรวจค้นทันทีเมื่อเรือต้องสงสัยเข้าเทียบท่า และสามารถตรวจยึดอาวุธสงครามพร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมากไว้ได้

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายกีรพันธ์ เจ้าหน้าที่ยังพบแชตสนทนากับชายชาวกัมพูชา ทั้งในรูปแบบข้อความ คลิปเสียงภาษาไทย รายละเอียดการรับ-ส่งสินค้า และสลิปการโอนเงิน อีกทั้งยังพบภาพถ่ายชายชาวจีนจำนวนมากอยู่ภายในเครื่อง

เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องหาบางรายอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบขนของผิดกฎหมายข้ามชาติมาเป็นเวลานาน โดยอยู่ระหว่างขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้บงการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ตราด ,อาวุธสงครามข้ามชาติ

คุณอาจสนใจ

Related News