สังคม

โพลพระปกเกล้า เผยเสียงในหัวประชาชน ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลอนุทิน 2 รับมือวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

19 views

พระปกเกล้า เผยผลสำรวจ “เสียงในหัวประชาชน” ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลอนุทิน 2 รับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ จากสงครามตะวันออกกลาง

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ “เสียงในหัวประชาชนต่อการรับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่” ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 27 - 30 มี.ค. 2569 จากจำนวน 2,000 ตัวอย่าง

1. หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ท่านเชื่อมั่นมากน้อยเพียงใดว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” จะสามารถรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม

• 82.1% “ไม่ค่อยเชื่อมั่น-ไม่เชื่อมั่นเลย” ว่ารัฐบาลใหม่จะรับมือเศรษฐกิจได้ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ สูงสุดแบบทิ้งห่าง

• รองลงมา 12.8% “ค่อนข้างเชื่อมั่น-เชื่อมั่นมากที่สุด” และ 5.1% ไม่แน่ใจ

สะท้อนว่า ประชาชนกว่า 3 ใน 4 กำลังสะท้อนความศรัทธาที่มีต่อรัฐบาลและมีความกังวลอย่างหนักต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจมองว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนพอที่จะเป็นเบาะรับแรงกระแทกจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางได้

2. ส่วนใหญ่หนุนมาตรการผสม เชียร์รัฐ “อุ้มพลังงานแบบจำกัด-ช่วยรากหญ้า”- “อีสาน” ขอตรึงถ้วนหน้า

• 39.0% ต้องการให้รัฐบาลทั้ง “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” และ “ปล่อยให้สะท้อนต้นทุนจริง แต่เอางบไปช่วยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง”

• รองลงมา 30.7% ต้องการให้ “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” 11.1% ต้องการให้ “ควรปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว” และ “ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจะเหมาะสมกว่า” และ 8.1% ไม่แน่ใจ

สะท้อนว่า เสียงส่วนใหญ่ของทุกภาคต้องการให้รัฐบาลทั้ง “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชน ส่วนใหญ่” และ “ปล่อยให้สะท้อนต้นทุนจริง แต่เอางบไปช่วยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง” ยกเว้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่วนใหญ่ต้องการให้ “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” สูงถึง 41.3%

ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจความซับซ้อนของปัญหา จึงไม่เลือกทางใดทางหนึ่งสุดโต่ง แต่ต้องการให้รัฐบาลประคับประคองทั้งระบบไปพร้อมกับการดูแลผู้ที่เดือดร้อนที่สุด ส่วนภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคเดียวที่ให้น้ำหนักกับการ “ตรึงราคาพลังงานให้คนส่วนใหญ่” สูงสุด อาจสะท้อนภาพความเปราะบางของสายป่านที่สั้นกว่าภาคอื่น ทำให้ไม่พร้อมรับมือกับต้นทุนค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นแบบฉับพลัน

3. ปากท้องต้องรอด ส่วนใหญ่ยอมให้รัฐใช้งบอุ้มพลังงานช่วงวิกฤต “ตะวันออก-ใต้” หนุนสุดตัว

• 38.6% “ยอมรับได้” หากรัฐบาลต้องลดงบประมาณนโยบายอื่นเพื่อดูแลราคาพลังงานในระยะสั้น เพราะกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง

• รองลงมา 25.3% ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้นๆ, 14.9% ยอมรับได้เฉพาะการช่วยคนรายได้น้อยและภาคขนส่ง, 11.1% ไม่ยอมรับ เพราะ ควรเก็บงบไว้ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะยาว และ 10.1% ไม่แน่ใจ

• เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค พบว่า หลายพื้นที่มีแนวโน้มยอมรับการใช้งบพยุงราคาพลังงาน โดยเฉพาะ ภาคตะวันออก (60.4%) และ ภาคใต้ (54.9%) ที่มีสัดส่วน “ยอมรับได้ เพราะเรื่องพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง” สูงสุดทิ้งห่างภาคอื่นๆ ขณะที่ กรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ (32.9%) ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้นๆ

สะท้อนว่า ประชาชนจำนวนมากยังเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น หากช่วยรักษาเสถียรภาพค่าครองชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะภาคตะวันออกซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรม และภาคใต้ซึ่งพึ่งพาภาคบริการและการท่องเที่ยว คนสองภาคนี้จึงให้น้ำหนักกับการทุ่มงบประมาณเพื่อตรึงราคาพลังงานอย่างชัดเจน ในขณะที่คน กทม. มีแนวโน้มยอมรับมาตรการช่วยเหลือแบบมีเงื่อนไขและจำกัดช่วงเวลามากกว่า

คุณอาจสนใจ

Related News