สังคม

เตรียมฝากขัง 2 ผู้ต้องหาส่งพัสดุให้ "แอร์มินา" ขยายผลเครือข่ายส่งเฮโรอีนข้ามชาติ

6 ก.ค. 2569

23 views

ความคืบหน้าคดี "แอร์มินา" สาวการบินไทย หิ้วกระเป๋าผ้าซุกซ่อนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้ตำรวจรวบผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว 2 คน ตำรวจเตรียมคุมตัวฝากขังศาลอาญาวันนี้


นับตั้งแต่ "มินา" แอร์สาวการบินไทยโดนจับที่สนามบินเมลเบิร์น ออสเตรเลีย พร้อมกระเป๋าผ้าลายช้างที่ซุกซ่อนเฮโรอีน 900 กรัม ป.ป.ส.แกะรอยตรวจสอบเรื่องนี้ทันที และพบว่า "มินา" ได้รับการว่าจ้างบุคคลที่ใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊กว่า "โรส โรส" เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ซื้อน้ำหนักกระเป๋า 9 กิโลกรัม เพื่อหิ้วของไปออสเตรเลีย พร้อมส่งภาพกระเป๋าช้างที่จะฝากหิ้วส่งไปให้ดูด้วย โดยระบุว่ากระเป๋ากว้าง 14 นิ้ว ยาว 16 นิ้ว เมื่อไปถึงออสเตรเลียจะมีน้องไปรับสินค้าเอง


จากนั้นวันที่ 22 มิถุนายนช่วงเที่ยง ก็มีรถยนต์เก๋งโตโยต้า ยาริช เอทีฟ ขับเข้ามาส่งของในคอนโด และมีชายสวมเสื้อแบบมีฮู้ดสีน้ำเงินขนกล่องพัสดุลงมาส่งที่หน้าคอนโด โดยแจ้งกับ รปภ.ว่าเป็นแกร๊บมาส่งของ ก่อนจะกลับออกไป


ราวบ่าย 3 โมงของวันที่ 22 มิถุนายน "มินา" ก็ลงมารับพัสดุเอาขึ้นห้องไป กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 24 มิถุนายน เธอลากกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ ไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นลูกเรือเส้นทางสุวรรณภูมิ-เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ก่อนจะถูกจับพร้อมกระเป๋าช้าง


จากคำให้การของเธอที่ยืนยันว่า มีคนฝากหิ้วของมาโดยไม่รู้ว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ ทำให้ตำรวจสืบสวนนครบาล ติดตามแกะรอยหาตัวคนส่งพัสดุ จนสามารถตามจับคนขับรถคันสีดำได้ คือ นาย อติราช วัย 59 ปี เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะเอารถไปเปลี่ยนกระจกหน้าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเค้นสอบเจ้าตัวสารภาพว่า ถูกชายคนหนึ่งว่าจ้างเป็นเงิน 1,600 บาท ให้ขับรถไปส่งพัสดุ 2 ที่ ที่แรกคือซอยเสือใหญ่ อีกจุดคือคอนโดย่านบางนาของแอร์บางนา ต่อมาตำรวจได้ปล่อยตัว เพราะยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าร่วมรู้เห็น


วันถัดมา 4 กรกฎาคม ตำรวจตามจับคนส่งพัสดุที่ใส่เสื้อฮู้ดสีน้ำเงินได้ คือ นายอุทัย อายุ 42 ปี รวบได้ที่จังหวัดพิษณุโลก เบื้องต้นรับสารภาพว่า ไปรับกระเป๋าช้างซุกซ่อนเฮโรอีนมาจากชายคนหนึ่งในอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยการติดต่อผ่านไลน์ที่ชื่อว่า "ริน ริน" จากนั้นนั่งรถโดยสารเข้ากรุงเทพ และนำพัสดุไปตระเวนส่งตามที่ต่างๆ ตามคำสั่งการ โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 6 หมื่นบาท ทำมาแล้ว 3 ครั้ง


เย็นวันเดียวกันตำรวจขยายผลตามจับได้อีก 1 คน คือ นายนันทวัฒน์ อายุ 47 ปี หลังเข้าค้นที่หอพักในตำบลกะมัง อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา เจ้าตัวรับสารภาพว่า ได้รับฝากถุงดำซึ่งภายในมีกระเป๋าผ้าลายช้างไทยซุกซ่อนยาเสพติด 6 ใบมาจาก "นายอุทัย" พอรู้ว่า "แอร์มินา" โดนจับ นาย อุทัย โทรมาบอกให้กรีดกระเป๋าผ้าแล้วเทเฮโรอีนลงชักโครก เพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนจะแยกชิ้นส่วนกระเป๋าผ้าเหล่านี้ไปทิ้งตามที่ต่างๆ ในจังหวัดอยุธยา


ทำให้ผู้ต้องหาในคดีนี้ยังคงมีแค่ 2 คน คือ นายอุทัย และนายนันทวัฒน์ ถูกคุมตัวมาที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. เพื่อสืบสวนขยายผล พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า


พลตำรวจตรีสมบูรณ์ เทียนขาว รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ทั้งสองคนให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี นาย อุทัย อ้างว่าทำงานแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้งแต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และจากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่าห้องเช่าใน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่นายอุทัยเช่าไว้ น่าจะถูกใช้เป็นสถานที่แพ็กและกระจายยาเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการส่งยาเสพติดไปยังปลายทางใดบ้าง รวมถึงรายละเอียดการเช่าห้องพักยังเป็นข้อมูลในสำนวนการสอบสวน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยได้


ขณะที่นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียทราบแล้วว่าเฮโรอีนที่ฝาก "แอร์มินา" หิ้วไปออสเตรเลีย จะไปถึงใคร อยู่ระหว่างการขยายผล ส่วนสถานะของ "แอร์มินา" ตอนนี้ยังไม่ได้ระบุสถานะผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการนั้น ก็เนื่องจากคดียังไม่ได้ขึ้นสู่ชั้นศาลของทางออสเตรเลีย ในทางกฎหมายอาจจะยังไม่ได้แจ้งข้อหาใหญ่เพิ่มเติม แต่ในความเป็นจริงสามารถใช้คำว่า ผู้ต้องหาได้แล้วในความผิดฐานนำเข้าสินค้าต้องห้ามหรือยาเสพติดเข้าประเทศ



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/DUXEOjlyHk8

แท็กที่เกี่ยวข้อง  แอร์มินา ,เฮโรอีน

คุณอาจสนใจ

Related News