สังคม

แจ้งข้อหามือยิง "สส.กมลศักดิ์" สารภาพยิงจริงแต่ตั้งใจยิงไม่โดน เพราะโลเลตอนลงมือ อ้างไม่รู้คนบงการ

23 เม.ย. 2569

26 views

ตำรวจจับได้แล้ว "เรือเอก" อดีตนาวิกโยธิน มือปืนยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ อ้างตั้งใจยิงไม่โดน เพราะเกิดความโลเลช่วงลงมือ อ้างไม่รู้ว่าใครจ้างวาน เพราะรับงานมาจากเพื่อน


กรณีคนร้ายใช้รถกระบะ 4 ประตู สีขาว ซึ่งเป็นรถสังกัด กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาสมาก่อเหตุยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ขณะนั่งรถตู้กลับเข้าบ้านพักที่ถนนเพชรเกษม ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้นายอุชลัมห์ คนขับ และดาบตำรวจหริรักษ์ ตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส


ต่อมาตำรวจออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้ 5 คน คือ นายสมพร อดีตนาวิกโยธิน ทำหน้าที่ประสานงาน จัดเตรียมแผน และชี้เป้า นายสุนทร เจ้าของอู่ที่แยกชิ้นส่วนรถ นายอลาวี คนขับรถ นายธนภัทร อดีตทหารพราน ทำหน้าที่เป็นมือปืน และเรือเอกวิโรจน์ อดีตนาวิกโยธิน ทำหน้าที่เป็นมือปืน เป็นผู้ต้องหาคนล่าสุดที่ตำรวจเพิ่งติดตามจับได้ เมื่อวานนี้ที่บริเวณสะพานมอญใกล้กับทางข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ช่วงตำบลหนองลู อำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี


ก่อนจะคุมตัวเรือเอกวิโรจน์ กลับมาสอบปากคำเบื้องต้นที่กองบังคับการสืบสวน บช.น.เมื่อช่วงตี 1 ที่ผ่านมา โดยพลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.เข้ามาร่วมสอบปากคำด้วยตัวเอง นานกว่า 1 ชั่วโมง


จากนั้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ก่อนจะคุมตัวไปฝากขังไว้ที่ สน.พญาไท


พลตำรวจโทสำราญ เปิดเผยว่า เรือเอกวิโรจน์ คือ จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของคดีนี้ หลังหนีไปกบดานที่รัฐกะเหรี่ยงนานกว่า 1 เดือน เจ้าตัวรับสารภาพว่า ยิงจริง และเป็นคนยืมรถของ กอ.รมน. มาใช้ถึง 3 ครั้ง เรือเอกวิโรจน์ บอกด้วยว่า ก่อนหน้าจะมารับงานเคยไปทำงานองค์กรสหประชาชาติในต่างประเทศอยู่ 16 ปี พอกลับมาไทยไม่มีงานทำ จึงได้ไปขออาศัยอยู่กับนาย สมพร ซึ่งนาย สมพร คอยช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ และรับงานนี้มาจากนาย สมพร จึงไม่รู้ว่าใครเป็นผู้จ้างวาน ซึ่งเป้าหมายหลัก คือ สส.กมลศักดิ์ แต่ตอนลงมือ เรือเอกวิโรจน์อ้างว่าขณะลงมือยิงเกิดลังเล จึงตัดสินใจเบี่ยงวิถีกระสุนไปหน้ารถแทน เพื่อไม่ให้ สส.กมลศักดิ์ ถึงแก่ชีวิต แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เพราะขัดแย้งกับพยานหลักฐาน และคำให้การของผู้ต้องหาบางส่วนที่จับได้ก่อนหน้านี้


กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจนำตัวเรือเอกวิโรจน์ กลับมาที่กองบังคับสืบสวน บช.น.อีกครั้ง เจ้าตัวใส่เสื้อเกราะอ่อน สวมหมวก และหน้ากากอนามัย เพื่อสอบปากคำ และเตรียมตัวขึ้นเครื่องบินกลับไปดำเนินคดีต่อที่กองบังคับการตำรวจภูธรนราธิวาส ซึ่งนักข่าวพยายามถามหลายประเด็น ทั้งประเด็นผู้บงการ เหตุผลในการลังเลก่อนลงมือยิง และเคยเป็นหัวหน้านาย สมพร แล้วทำไมถึงมาเป็นลูกน้อง แต่เจ้าตัวก้มหน้าไม่ตอบคำถาม


สำหรับการเข้าจับเรือเอกวิโรจน์ ตำรวจแกะรอยจากสัญญาณมือถือพบว่าปิดเครื่องที่สนามบินจังหวัดตรัง เพื่อตั้งใจตบตาตำรวจว่าขึ้นเครื่องบิน แต่กลับไปหลอกเพื่อนทหารชั้นประทวน ให้ขับรถมาส่งที่บ้านพักภรรยา ย่านบางโพงพาง กรุงเทพ พักอยู่ไม่นานก็อ้างว่าจะไปหาเพื่อนที่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะเดินผ่านเส้นทางธรรมชาติหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แล้วย้อนกลับมาไทยเมื่อวาน ทำให้ถูกตำรวจจับได้


เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าเรือเอกวิโรจน์ เคยเป็นนาวิกโยธิน ทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ช่วงปี 2533-2534 และยังเป็นผู้บังคับบัญชาของนายสมพรมาก่อน


สำหรับแผนประทุษกรรมคดีนี้ เริ่มจากวันที่ 19 มีนาคม นายสมพร และนายอลาวี ขับรถฟอร์จูนเนอร์ไปสนามบินหาดใหญ่ ตั้งแต่บ่าย 3 โมง เพื่อเฝ้าดูว่า สส.กมลศักดิ์ จะนั่งเครื่องมาลงกี่โมง กระทั่ง 3 ทุ่ม 45 นาที สส.กมลศักดิ์ นั่งเครื่องมาลงที่สนามบินหาดใหญ่ แล้วขึ้นรถตู้กลับบ้าน แต่ระหว่างทางได้แวะกินข้าวที่ร้านอาหาร ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา


ส่วนนายสมพรขับรถเลยไปที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อส่งนาย อลาวี ให้ไปขับรถกระบะสีขาว ที่มี นายธนภัทร และร้อยเอก วิโรจน์ 2 มือปืนรออยู่ ซึ่งห่างจากบ้าน สส.กมลศักดิ์ ราว 3-4 กิโลเมตร โดนนาย ธนภัทร นั่งหน้าฝั่งข้างคนขับ ส่วนร้อยเอก วิโรจน์ นั่งด้านหลังฝั่งซ้าย


หลังก่อเหตุเสร็จนายอลาวี ไปหานายสมพร ที่จอดรถรออยู่ในเมือง ส่วนรถกระบะคันก่อเหตุนายธนภัทร นำไปส่งอู่ของนายสุนทร เพื่อให้ชำแหละชิ้นส่วน และทุกคนแยกย้ายกันหลบหนี สำหรับคดีนี้ถือว่าจับผู้ที่เกี่ยวข้องในการก่อเหตุครบแล้ว เหลือเพียงการขยายผลถึงผู้จ้างวาน และชนวนเหตุการลอบสังหาร


ส่วนที่จังหวัดนราธิวาส ผู้สื่อข่าวเกาะติดอยู่ที่โรงพัก หลังทราบข่าวตำรวจคุมตัวเรือเอกวิโรจน์ขึ้นเครื่องบินกลับไปดำเนินคดีต่อที่กองบังคับการตำรวจภูธรนราธิวาส


ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.เมืองนราธิวาส หลังทราบข่าวว่า ตำรวจกำลังควบคุมตัว เรือเอกวิโรจน์ กลับมาดำเนินคดีในพื้นที่เกิดเหตุ โดยบรรยากาศที่โรงพัก ตั้งแต่เช้าเต็มไปด้วยความกดดัน เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการจัดเตรียมพื้นที่อย่างรัดกุม แน่นหนาเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการมาถึงของ เรือเอกวิโรจน์ ผู้ต้องหาในคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ สส.พรรคประชาชาติ ซึ่งถือเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ประชาชนในพื้นที่และคนทั้งประเทศกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด


ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา สื่อมวลชนจากหลายสำนักเริ่มปักหลักรอทำข่าวกัน ตั้งแต่ก่อนเวลา 8 โมงเช้า เพื่อเฝ้ารอคอยการปรากฏตัวของผู้ต้องหา โดยมีพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ในความพร้อมขั้นสูงสุด เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายและเตรียมกระบวนการสอบปากคำทันทีที่ผู้ต้องหามาถึงที่หมาย


ซึ่งขณะนี้ผู้สื่อข่าว ยังเฝ้ารอขบวนรถของเจ้าหน้าที่ ที่จะนำตัวเรือเอกวิโรจน์ มาถึง เพื่อไขปมปริศนาความลับที่ติดตัว เรือเอกวิโรจน์ มาด้วย ทั้งประเด็นเรื่องแรงจูงใจที่แท้จริง ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเขากับนายสมพร รวมถึงคำถามสำคัญที่สุดที่สังคมต้องการคำตอบว่า ใครคือผู้บงการอยู่เบื้องหลังการลอบยิงในครั้งนี้



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/6yUBv8YI7Mo

แท็กที่เกี่ยวข้อง  มือยิง ,สส.กมลศักดิ์ ,ทหารเรือ

คุณอาจสนใจ

Related News