สังคม

เปิดไทม์ไลน์ "โจรหมวกฟาง" ชิงทอง 198 บาท จนมุมเชียงราย พบประวัติโชกโชน

4 ชั่วโมงที่แล้ว

23 views

ปิดจ๊อบ "โจรหมวกฟาง" ชิงทอง 198 บาท ห้างย่านสุขุมวิท เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนจะหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน



เมื่อวานนี้ 19 กุมภาพันธ์ 2569 พลตำรวจโทนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมชุดสืบสวนเปิดปฏิบัติการ "ไล่ล่าโจรหมวกฟาง" เข้าจับกุมนายจะลอ หรือทิว ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในกรณีที่ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนเข้าชิงทองในเวลากลางคืน ที่ห้างสรรพสินค้าย่านสุขุมวิท ได้ทองไปทั้งสิ้น 198 บาท และเงินสดอีก 170,000 บาท รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 10 ล้านบาท ก่อนจะหลบหนี โดยตำรวจไปจับกุมได้ที่ซุ้มชายชุดดำ เขื่อนแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ขณะที่กำลังจะเตรียมตัวหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตำรวจใช้เวลาในการติดตามตัว 3 สัปดาห์



โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคุมตัวผู้ต้องหามายัง สน.พระโขนง แต่เมื่อเช้าวันนี้ ตำรวจได้มีการนำผู้ต้องหาไปชี้จุดที่บริเวณขนส่งแม่สาย ก่อนจะเดินเท้าไปหาเพื่อนในป่าอีก 5 กิโลเมตร เพื่อนำทองไปให้เพื่อนที่บริเวณชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน



ไทม์ไลน์ "โจรหมวกฟาง" ชิงทรัพย์ร้านทอง ย่านสุขุมวิท ที่ใช้วิธีอย่างแยบยลในการวางแผน และหลบหนี เลือกใช้เส้นทางในจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด และมีการนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปทิ้งในคลอง ก่อนจะหลบหนีไปในตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิดอีก



วันที่ 30 - 31 ธันวาคม 2568 นายทิวไปลักรถจักรยานยนต์ ที่บริเวณวัดสระเกศ



วันที่ 1-6 มกราคม นายทิวนำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาไปพ่นสีสเปรย์ จากสีดำเป็นสีแดง ที่ใต้สะพานข้ามคลองปลัดเปรียง



วันที่ 7 มกราคม ขี่รถจักรยานยนต์คันที่ขโมยมา ไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง สาขาซอยมิตร์อนันต์ และนำหมวกกันน็อก เป้ ไปซ่อนไว้ที่บริเวณใต้ทางด่วนข้างทางรถไฟถนนกำแพงเพชร 5 จากนั้นนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างมาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อขึ้นรถโดยสารประจำทางกลับที่พักภายในซอยเปรมฤทัย 20



วันที่ 26 มกราคม ออกจากที่พัก มายังซอยสุขุมวิท 101 ขึ้นรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จากนั้นนั่งรถประจำทาง ไปลงฝั่งตรงข้ามซอยราชวิถี 30 ก่อนจะขึ้นรถจากจักรยานยนต์รับจ้าง ไปบริเวณแยกเทิดดำริ เพื่อเปลี่ยนชุดเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีดำ เป็นเสื้อสีดำ กางเกงสีขาวและถือหมวกกันน็อกออกมา เอารถจักรยานยนต์บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อที่ไปจอดทิ้งไว้



วันที่ 29 มกราคม เวลาประมาณ 20.32 น. นายทิวไปสำรวจเส้นทางที่จะก่อเหตุ จากนั้นก็ไปหลบซ่อนตัวอยู่ใต้สะพานอ่อนนุช 21 ซ่อนตัวจนถึงเช้า ประมาณ 05.01 น.ของวันที่ 30 มกราคม ก็อออกจากที่ซ่อน ไปซ่อนอีกที่หนึ่งที่ป่าต้นตะขบ



กระทั่งคืนวันเดียวกัน เวลา 19.16 น. นายทิวออกจากป่าตะขบ ไปสำรวจเส้นทางอีกครั้งที่ห้างที่เกิดเหตุ และวนเวียนอยู่แถวนั้น ก่อนจะกลับมาก่อเหตุในเวลา 23.35 น.



หลังก่อเหตุ นายทิวได้นำรถจักรยานยนต์ของกลางไปทิ้งในคลองประเวศ และทิ้งชุดที่ใช้ก่อเหตุในคลองด้วย จากนั้นก็ลอยคอ ก่อนจะกลับที่พักในเวลา 01.12 น. วันที่ 31 มกราคม



ผ่านซอยพัฒนาการ 69 โดยมีลักษณะแต่งกายเป็นหญิงสวมวิก และได้เดินทางขึ้นรถแท็กซี่คันที่ 1 จากซอยพัฒนาการ 69 ไปลงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางนา และเรียกแท็กซี่คันที่ 2 ไปลงสะพานแดงในซอยโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านถนนบางนาตราด จากนั้นเดินเท้าไปขึ้นรถแท็กซี่คันที่ 3 กลับที่พักของตัวเอง ถึงเวลา 04.00 น. ซึ่งจุดเป็นอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง อยู่ภายในซอยอุดมสุข 51 นอน 1 คืน



พอรุ่งเช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก็ไปที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) เพื่อซื้อตั๋วรถไฟธรรมดา ปลายทางไปที่เชียงใหม่ พอถึงเชียงใหม่ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ก็ไปนอนอยู่โรงแรมใกล้สถานีรถไฟที่เชียงใหม่ 1 คืน จนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก็กลับบ้านที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย



ต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นายทิวนัดเพื่อนชื่อนายดิว ไปเจอกันที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยนายทิวให้การว่าได้เดินทางไปหานายดิว โดยรถสองแถวสีฟ้าที่ขนส่ง อ.แม่สาย ซึ่งนายดิวมากับชายชุดดำ 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์มารอรับ ก่อนจะรับนายทิวมาส่งตรงป่าบริเวณชายเขา แล้วก็ต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อเอาทองทั้งหมดไปให้นายดิวในป่า จุดนี้นายดิวให้เงินนายทิวก้อนแรก 200,000 บาท จากนั้นนายดิวก็บอกว่าจะเอาทองที่เหลือไปขายอีก ถ้าได้เงินจะนัดมอบเงินให้ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นก็แยกย้าย นายทิวกลับบ้าน ระหว่างนี้ตำรวจได้สะกดรอยตามนายทิว จนกระทั่งเมื่อวานนี้ตำรวจสามารถเข้าจับกุมตัวได้ที่ซุ้มชายชุดดำ เขื่อนแม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย



โดยเจ้าตัวพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่สุดท้ายก็จนมุม ยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ ในข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มคุ้มครองบุคลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยประการใดๆ โดยมีอาวุธ ใช้ในยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป



ส่วนประวัตินายทิวไม่ธรรมดา มีประวัติก่อเหตุตั้งแต่เป็นเยาวชน มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย ก่อเหตุลักทรัพย์มาโดยตลอด และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตั้งแต่อายุไม่ถึง 18 ปี จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดอย่างละเอียด พบว่ามีประวัติการกระทำความผิดจำนวน 7 คดี ได้แก่ 2559 สน.คลองตัน ความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน / 2556 สน.คลองตัน ความผิดฐานลักทรัพย์ / 2563 สภ.สารภี ความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน / 2563 สภ.สารภี ความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน / 2563 สภ.สารภี ความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน / 2563 สภ.สารภี ความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน / 2563 สภ.สารภี ความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ก่อนจะพ้นออกมาเมื่อปี 2568 แต่นายทิวกลับไม่สำนึก ย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง ล่าสุดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท พื้นที่ของ สน.พระโขนง



ส่วนกรณีนายทิวจะเกี่ยวข้องกับเคส "แจ๊คกี้" โจรชิงทอง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนร้ายชื่อแจ็คกี้ก่อเหตุชิงทองคำ น้ำหนักกว่า 200 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาทหรือไม่ เจ้าตัวยังปฏิเสธ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม



ทีมข่าวลงพื้นที่ภายในซอยอุดมสุข 51 ซอยย่อยเปรมฤทัย 20 หลังมีข้อมูลจากชุดสืบสวนคลี่คลายคดีเหตุคนร้ายชิงทอง 198 บาท พร้อมเงินสดอีก 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท มาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในซอยดังกล่าว หลังก่อเหตุชิงทองเมื่อ3 สัปดาห์ที่แล้ว



โดยทีมข่าวได้นำภาพนายทิว อายุ 29 ปี ผู้ก่อเหตุ ไปให้ดูและสอบถามแม่ค้าขายน้ำหวาน ซึ่งได้เล่าให้ฟังว่าคับคล้ายคับคลากับชายที่ปรากฏในภาพว่าเคยมาซื้อน้ำดื่ม 1 ครั้ง เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว โดยมีลักษณะความสูงประมาณ 160 ซม.ผิวคล้ำ ตัดผมรองทรง พูดภาษาไทยไม่แข็งแรง แต่ตนเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะในแต่ละวันมีลูกค้ามาน้ำที่ร้านจำนวนมากและไม่ทราบด้วยว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทองน้ำหนัก 198 บาท ย่านสุขุมวิทเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว ยอมว่าก็รู้สึกตกใจ เพราะในพื้นที่มีคนพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงไม่รู้ว่าใครเป็นใคร



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/1UNYDnkrDeQ

แท็กที่เกี่ยวข้อง  โจรชิงทอง ,จับโจรชิงทอง

คุณอาจสนใจ

Related News