สังคม

หมอฟัน LGBTQ สุดช้ำ เปย์สาว 20 ล้าน ก่อนรู้เธอมีผัวแล้ว อีกฝ่ายยันให้โดยเสน่หา

4 ชั่วโมงที่แล้ว

100 views

รายการโหนกระแสวันนี้ (18 กันยายน 2569) พูดคุยกรณีคุณหมอ LGBTQ เจ้าของคลินิกทำฟัน ร้องถูกสาวแสบหลอกคบนานกว่า 6 ปี สูญเงินกว่า 20 ล้านบาท ทั้งรถหรู ทองคำ และของแบรนด์เนม หวังใช้ชีวิตคู่และแต่งงานกัน สุดท้ายพบมีสามีอยู่แล้ว


คุณหมอ LGBTQ เล่าว่า จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ เกิดขึ้นเมื่อปี 2562 โดยรู้จักฝ่ายหญิงผ่านเฟซบุ๊ก หลังฝ่ายหญิงเข้าไปโพสต์ข้อความในเพจลักษณะอกหัก ตนจึงเข้าไปแอดเพื่อนและทักทาย พูดคุยกันระยะหนึ่ง และถามฝ่ายหญิงมาตลอดว่าโสดหรือไม่ ซึ่งฝ่ายหญิงยืนยันว่าโสด


หลังจากพูดคุยกันหลายเดือน ทั้งคู่จึงนัดพบกันครั้งแรกในงานลอยกระทง ปี 2562 แม้ฝ่ายหญิงไม่ได้ตรงปกกับภาพที่เห็น แต่ด้วยความรู้สึกดีที่มีให้กันมาก่อนหน้านี้ จึงตัดสินใจคบหากันเป็นแฟน และเริ่มใช้ชีวิตร่วมกัน


ต่อมาตนย้ายไปอยู่จังหวัดขอนแก่น เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดฝ่ายหญิง พร้อมหางานพาร์ทไทม์ทำ กระทั่งพบคลินิกแห่งหนึ่งประกาศปล่อยเซ้ง จึงตัดสินใจเซ้งคลินิกและให้ฝ่ายหญิงทำงานเป็นพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ ได้รับเงินเดือน 50,000 บาท โดยทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ระหว่างคบหากัน ฝ่ายหญิงเป็นคนใช้เงินเก่ง ชื่นชอบของแบรนด์เนม กระเป๋า เครื่องสำอาง และสินค้าราคาแพง จึงมีการซื้อทรัพย์สินให้หลายรายการ ทั้งรถยนต์และทองคำ


โดยรถยนต์คันแรกเป็น Honda HR-V แต่ฝ่ายหญิงบอกว่ารถแข็ง กระด้าง ขับไม่นิ่ม จึงขอเปลี่ยนเป็น BMW X1 ตนจึงดาวน์รถให้กว่า 400,000 บาท นอกจากนี้ยังซื้อทองคำให้ 50 บาท รวมถึงโทรศัพท์ iPhone 14 Pro Max และทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายรายการ จนมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท


กระทั่งช่วงที่มีการผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ตนจึงชวนฝ่ายหญิงไปจดทะเบียนสมรส หวังจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากก่อนหน้านี้ทั้งคู่พูดคุยกันมาตลอดว่า อยากอยู่ด้วยกันและใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน แต่ฝ่ายหญิงพยายามปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ทำให้เริ่มเกิดความสงสัยว่า เหตุใดจึงไม่ยอมจดทะเบียนสมรส ทั้งที่คบหากันมานานหลายปี ตนจึงตัดสินใจค้นหาความจริง ก่อนจะพบว่า ฝ่ายหญิงมีสามีอยู่แล้ว และแต่งงานแล้ว โดยยังพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันกับสามี


ตนสอบถามฝ่ายหญิงยอมรับว่า เคยแต่งงานจริง แต่อ้างว่าถูกบังคับให้แต่งงาน และมีความจำเป็นต้องอยู่บ้านหลังเดียวกัน ทำให้ตนรู้สึกเสียใจและมองว่า ตลอดระยะเวลาที่คบหากัน ฝ่ายหญิงปกปิดความจริงเรื่องสถานะครอบครัว


หนุ่ม กรรชัยถามว่าแล้วหมอจับได้ตอนไหน ยังไงว่าฝ่ายหญิงมีสามี หมอเล่าว่า ฝ่ายชายโทรมาหาฝ่ายหญิงบอกว่าไม่มีเงินซื้อข้าวให้พ่อแม่ ซึ่งฝ่ายหญิงมักจะอ้างว่าคนที่โทรมาคือพี่ชาย ตนก็เชื่อมาตลอดและขอเลขบัญชี โอนเงินให้ตามที่ฝ่ายหญิงขอ โอนมาหลายครั้งยอดรวมหลักแสน แต่สิ่งที่เอะใจคือชื่อบัญชีเป็นชื่อผู้ชาย เลยรู้ว่าเป็นสามีของเขาที่อยู่บ้าน


นอกจากเรื่องรถ ทอง แบรนด์เนมต่างๆ แล้ว ฝ่ายหญิงยังบอกว่าอยากมีตึกเป็นของตัวเอง โดยมักจะอ้างว่าแฟนเก่าจะดูถูก ถ้ามาคบกับหมอแล้วชีวิตไม่ได้ดีขึ้น ตนจึงตัดสินใจไปโอนโฉนดให้ หลังจากนั้นฝ่ายหญิงก็มาขอเป็นเจ้าของคลินิก ตนก็ยอม เพราะคิดแค่ว่าเดี๋ยวก็แต่งงาน ได้เป็นคู่ชีวิตกัน ซึ่งตอนแรกที่เขาได้คลินิกไป ตนก็ยังไปทำงานปกติ แต่หลังจากนั้นเขาก็พาสามีมาไล่ตนออกจากคลินิก สั่งห้ามเข้ามาเหยียบอีก ทั้งที่เป็นสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง


ล่าสุด ฝ่ายหญิงส่งข้อความถึงทีมงานรายการโดยระบุว่า To ทีมงานครีเอเตอร์รายการโหนกระแส ข้าพเจ้าขอแจ้งความประสงค์ ดังนี้ จะไม่มีการไปรายการ และไม่มีการโฟนอิน ตอนนี้ตกเป็นประเด็นสังคมจนได้รับความเสียหายแล้ว หากมีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ก็จะขอให้ข้อมูลในชั้นศาลเท่านั้น แต่อยากจะฝากถึงคู่กรณีว่า เขารู้เรื่องการแต่งงานมาก่อน ตั้งแต่แรกหนูกับหมอคบกันมา 6 ปี คุณหมออย่าหลอกสังคมและตัวเอง มันบาป ไม่เคยปิดบัง และการจบความสัมพันธ์ครั้งนี้ เราได้มีการตกลงแยกย้ายกัน เนื่องจากได้เข้าพบและพูดคุยในเรื่องที่ค้างคาต่อกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  


เป็นการตกลงกันแต่โดยดีใช้เวลาจัดการทีละเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนเป็นการกระทำที่สามารถทำได้โดยการยินยอม ทุกอย่างล้วนแต่ละฝ่าย เนื่องจากใช้ชีวิตด้วยกันเป็นเวลายาวนานหลายปีจึงมีสิ่งต่างๆ ต้องจัดการ ซึ่งต่างฝ่ายต่างยินยอมในข้อตกลงต่างๆ จวบจนสิ้นสุดภาระผูกพันกันจึงต่างคนต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ คำที่ให้สัมภาษณ์เพื่อโจมตีปรารถนาให้เสื่อมเสีย ทั้งบุคคล ครอบครัว ธุรกิจ  ไม่ว่าจุดใดก็ตาม หากไม่เป็นความจริง อีกฝ่ายก็ต้องรับผิดชอบในคำพูดของตนเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  โหนกระแส ,หมอฟัน ,สายเปย์

คุณอาจสนใจ

Related News