สังคม

เจ็บใจ! ทุ่มเปย์เมียสาวไม่ยั้ง ติด GPS จับโป๊ะ เจอลูกจ้างตีท้ายครัว

5 ชั่วโมงที่แล้ว

58 views

รายการโหนกระแสวันนี้ (9 กันยายน 2569) พูดคุยกรณีผัวจับพิรุธเมียที่อยู่กินกันมากว่า 12 ปี ติด GPS ตามรอยนานนับเดือน กระทั่งพบความจริงว่าเมียอยู่กับลูกจ้างของตัวเอง แถมนำเงินไปเปย์ฝ่ายชาย หอบทองคำหนัก 12 บาทหนีไป


คุณเสก อายุ 54 ปี เล่าว่า ตนได้คบหากับคุณเตย ซึ่งปัจจุบันอายุ 34 ปี มาเป็นเวลานานกว่า 12 ปี โดยเริ่มแรกพบกันขณะคุณเตยอายุ 22 ปี ทำงานเป็นพนักงานอยู่ที่ร้านกินดื่ม ตลอดเวลาที่อยู่กินกัน ตนดูแลและโอนเงินให้รวมหลายล้านบาท พร้อมทั้งเคยซื้อทองคำเก็บสะสมไว้รวมกว่า 300 บาท ซึ่งต่อมาได้ขายไปจนเหลือประมาณ 12 บาท เคยจดทะเบียนสมรสกันในปี 2564 แต่ต่อมาจดทะเบียนหย่ากันในปี 2566 โดยคุณเตยอ้างเหตุผลกับตนว่าเป็นการหย่าแก้เคล็ด


ตลอดระยะเวลาที่อยู่กินกันกัน เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของฝ่ายหญิง จนกระทั่งไปพบโทรศัพท์มือถือ และพบข้อความแชตพูดคุยกับชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตผู้ที่เคยมาสมัครงาน และต่อมาเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างของตน


แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่า คือจากข้อความแชตที่พบ ทำให้รู้ว่าชายคนดังกล่าวเคยคบหาเป็นแฟนกับฝ่ายหญิงมาก่อน อีกทั้งยังมีหลักฐานการพูดคุยที่เชื่อว่า ฝ่ายหญิงนำเงินไปให้ชายคนดังกล่าวใช้จ่ายอยู่เป็นระยะ ด้วยความสงสัย ตนจึงเริ่มติด GPS ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว ก่อนพบว่าทั้งสองคนเดินทางไปยังบ้านเช่าแห่งหนึ่ง


กระทั่งวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ตนตัดสินใจเดินทางไปตรวจสอบด้วยตัวเอง และอ้างว่าได้พบทั้งสองคนอยู่ภายในบ้านเช่า จนกลายเป็นภาพที่สร้างความเจ็บปวดอย่างหนัก นอกจากนี้ ยังอ้างว่าพบสิ่งของต้องสงสัยภายในกระเป๋าของฝ่ายชาย ซึ่งต่อมาได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ


หลังเกิดเหตุ ภรรยาได้หลบหนีไปพร้อมกับชายคนดังกล่าว และยังพบว่าทองคำของตน น้ำหนักรวม 12 บาท ได้หายไปด้วย จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย


ตนจึงฝากข้อความไปถึงชายคนดังกล่าวว่า อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย และไม่อยากให้ไปทำกับใครอีก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการหยามศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ชายคนดังกล่าวยังทำงานเป็นลูกจ้างของตน และเคยเรียกตนเองว่าพ่อ แต่กลับมามีความสัมพันธ์กับคนรักของตน จึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ส่วนกับเมียตนก็รักและเปย์ทุกอย่าง ไปศัลยกรรมทำหน้า 7 ครั้ง ทำหน้าทำจมูก ล่าสุดก็ปักปากกาอีกเป็นแสน แถมยังไปทำรีแพร์สีชมพู แต่ตนไม่เคยเห็น ไม่เคยใช้งานเลย


ด้านเตยออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ ยืนยันว่าเธอกับช่างเสกไม่ได้มีความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยากันแล้ว โดยระบุว่าทั้งคู่จดทะเบียนหย่ากันมานาน และไม่ได้กลับมาใช้สถานะแฟนหรือผัวเมียกันอีก ส่วนเหตุผลที่ยังเดินทางไปมาหาสู่กันที่ร้านสแตนเลส เธอชี้แจงว่าเป็นเพราะยังมีเงินลงทุนและผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันอยู่


สำหรับการเรียกช่างเสกว่าพ่อหรือป๊า เตยอธิบายว่าเป็นเพียงคำเรียกที่ติดปากจากความคุ้นเคยและความสัมพันธ์ในอดีต ไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่ยังเป็นสามีภรรยากัน พร้อมกล่าวหาว่าที่ผ่านมา ช่างเสกไม่เคยยืนเคียงข้างหรือปกป้องเธอเมื่อเกิดปัญหา อีกทั้งยังมีพฤติกรรมไล่เธอออกจากบ้านราวกับไม่ใช่คน ขณะที่ในคืนเกิดเหตุ เธออ้างว่าช่างเสกบุกเข้ามาในห้องและทำร้ายร่างกาย ทั้งตบตีและกระชากสร้อยทองไป โดยยืนยันว่าทองคำดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของเธอเอง


อย่างไรก็ตาม หลังได้ฟังคำให้สัมภาษณ์ของเตย ช่างเสกได้นำแชตส่วนตัวที่เตยเคยส่งมาพูดคุยกับเจ้าตัวออกมาเปิดเผย ซึ่งมีเนื้อหาที่ดูแตกต่างจากคำชี้แจงต่อสื่อ โดยในข้อความ เตยมักเรียกช่างเสกว่าป๊าหรือพี่เสก และมีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเงินและทอง เช่น การแสดงความเสียดายที่เคยให้ช่างเสกนำสร้อยไปขายหรือเปลี่ยนเป็นเงิน พร้อมแสดงความเป็นห่วงเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน


นอกจากนี้ ในแชตยังปรากฏข้อความที่เตยพยายามขอโอกาสและง้อขอคืนดี พร้อมบอกความรู้สึกว่ารักช่างเสกมาก รวมถึงระบุว่าในชีวิตมีเพียงช่างเสกที่ดีกับเธอ ขณะที่ช่วงหลังเกิดเหตุ เธอยังส่งข้อความระบายความรู้สึกถึงชีวิตที่เหมือนพังลงทั้งหมด และพยายามขอโอกาสให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ช่างเสกยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า จะไม่มีวันกลับไปอีก

คุณอาจสนใจ

Related News