สังคม

อินฟลูฯสาวพร้อมผู้เสียหาย ร้องถูกโจรหลอกซื้อนาฬิกาหรู ก่อนฉวยโอกาสฉกของเผ่นหนี

โดย chawalwit_m

23 มิ.ย. 2567

882 views

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 23 มิ.ย. ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์เพจสายไหมต้องรอด ซอยสายไหม 38 น.ส.นฤชล หรือ ดรีม นฤชาญภัทรัฐ อายุ 29 ปี หรือ Dreamnachon อินฟลู และเซเลป แฟชั่นไลฟ์สไตล์ชื่อดัง เจ้าของธุรกิจขายนาฬิกา พร้อมกลุ่มผู้เสียหาย รวม 9 คน เดินทางมาขอความช่วยเหลือนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณีถูกมิจฉาชีพหลอกซื้อนาฬิกาหรูก่อนฉวยโอกาสขอเลขแทร็คกิ้งส่งไรเดอร์รับสินค้าจากขนส่งมีผู้เสียหายหลายราย


น.ส.นฤชล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนโพสต์ขายนาฬิกาโรเล็กซ์ เรือนทอง รุ่นเดย์ เดท 36 ซีรี่ นัมเบอร์ w409336 ราคา 830,000 บาท ในกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อ-ขายนาฬิกา ต่อมาวันที่ 13 มี.ค. ช่วงกลางคืนมีชายอ้างชื่อว่านายธนกฤต ธนพิศิษกุล โทรศัพท์มาบอกว่าอยู่ที่เชียงใหม่ บอกว่าสนใจนาฬิกา และต่อรองราคาจนพอใจกันที่ 800,000บาท ปกติตนขายนาฬิกาทุกครั้งจะมีการนัดรับของกันตลอดเมื่อเช็คของเสร็จแล้วโอนเงินทันที แต่พอช่วงเช้าคนร้ายได้โทรมาอีกครั้งอ้างว่าอยู่ไกล ตนบอกไปว่าสามารถไปส่งของให้ได้ โดยนั่งเครื่องไปส่งให้ได้แต่ขอวางเงินมัดจำ 2,000-3,000 บาทเพื่อเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน เมื่อไปถึงจะหักรวมค่านาฬิกาคืนให้ โดยชายดังกล่าวทำเหมือนกลัวจะไม่ได้ของ และบอกให้ตนส่งของไปให้แทน ซึ่งตนก็ไม่โอเคกับการใช้ขนส่งเนื่องจากของมีมูลค่าสูง ตนจึงบอกว่าจะทำเอกสารเพื่อเซ็นรับทราบหากเกิดกรณีสิ่งของเสียหายจากทางขนส่งตนจะไม่รับผิดชอบด้วย ซึ่งทางชายดังกล่าวก็ตกลง



น.ส.นฤชา กล่าวอีกว่า จากนั้นชายดังกล่าวก็พยายามถามว่าจะไปส่งของที่ไหน โดยคนร้ายบอกว่าอยากให้ส่งกับขนส่งสีแดงแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่ามีพนักงานที่รู้จักกันที่สาขาเชียงใหม่ และถามย้ำว่าตนจะไปส่งที่สาขาไหน และไม่ให้ตนส่งสาขาเฟรนไชน์ด้วย ตนจึงส่งไปบอกว่าจะไปที่ไหนเพื่อความสบายใจของลูกค้า พร้อมกับส่งพิกัดไปให้ ต่อคนร้ายเริ่มอยากรู้ว่าตนจะไปส่งของให้กี่โมง พร้อมกับบอกว่าเมื่อตนไปถึงให้วีดีโอคอลตอนแพ็คสินค้าส่งให้ดู ซึ่งคนร้ายทำทีว่าไม่อยากให้พนักงานขนส่งสงสัยสิ่งของด้านในและให้ตนออกมาด้านนอก และให้บอกว่าเป็นการส่งครีม



กระทั่งตนนำสินค้าส่งเข้าระบบ และคนร้ายก็ขอเลขพัสดุ อ้างว่าต้องตรวจเช็คว่าสินค้าถูกส่งจริง ตนจึงแจ้งเลขพัสดุไปให้ ซึ่งวันดังกล่าวตนมีผู้ติดตามไปด้วย จากนั้นเริ่มทำทีว่าของยังไม่เข้าระบบ ขอรอให้สินค้าเข้าระบบก่อน และบอกว่าระหว่างนี้ "ผมจะโอนเงินสดให้คุณก่อน 1 แสนบาท " แล้วให้ตนไปที่ตู้เอทีเอ็มแบบไม่ใช้บัตร ซึ่งตนทราบเวลาตัดรับของขนส่งว่าจะมารับของเวลา 16.30 น. ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาบ่าย 3 โมงกว่า ตนจึงคิดว่าหากผู้ก่อเหตุยังไม่โอนเงินมา ก็สามารถเดินกลับมาตัดของออกจากระบบได้ ซึ่งตนไม่ได้ไว้ใจโจร เมื่อขับรถไปธนาคารซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก ประมาณ 1 กิโลฯ กดรหัสไม่ผ่านจึงรีบกลับมาที่ขนส่งและแจ้งกับพนักงานว่าจะขอตัดของออกจากระบบ โดยพนักงานก็ตอบตกลง


จนกระทั่งช่วงที่ตนยืนอยู่บริเวณหน้าร้านขนส่ง ทางคนร้ายพยายามโทรเข้ามาเพื่อขอเปลี่ยนบัญชีธนาคาร ซึ่งเพื่อนตนยืนอยู่ภายในร้านเดินออกมาบอกว่ามีแมสเซนเจอร์มารับของออกไปแล้ว ตนจึงเข้าไปสอบถามกับพนักงานขนส่งว่าปล่อยของออกไปได้อย่างไร ในเมื่อตนยังอยู่ตรงนี้ โดยพนักงานขนส่งบอกว่า แมสเซนเจอร์เข้ามารับไปตั้งแต่ช่วงที่ตนเดินออกไปธนาคาร



จากนั้นตนจึงไปแจ้งความที่สน.ยานนาวา และไปไล่กล้องวงจรปิดรอบขนส่งดูเอาเองเนื่องจากที่ขนส่งไม่มีกล้องเป็นสาขาเพิ่งเปิดใหม่ ซึ่งคนร้ายใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที



ทั้งนี้ตนตั้งคำถามว่าทำไมขนส่งไม่ขอดูบัตรประชาชน ของผู้รับของไป และไม่ได้รับติดต่อจากบริษัทต้นสังกัดอย่างใด จากนั้นไม่กี่วันขนส่งสาขานี้ก็ปิดตัวเองไป หลังจากนั้นตนจึงรวมกลุ่มผู้เสียหายรายอื่น ๆ และพบว่าหลังจากที่ตนถูกหลอกยังมีผู้เสียรายอื่นโดนหลอกแทบทุก ๆ วันด้วย โดยบางรายโดนตั้งแต่ปี66 แต่ทางขนส่งไม่มีการติดประกาศหรือเตือนพนักงานให้ระมัดระวังมิจฉาชีพเหล่านี้ด้วย เบื้องต้นตนก็มีการประสานงานกับตำรวจอย่างต่อเนื่องและไปแจ้งความที่กองปราบแล้ว



นอกจากนี้สำหรับผู้เสียหายรายอื่นๆก็ถูกหลอกลักษณะเดียวกันด้วย ซึ่งครั้งล่าสุดคือวันที่ 15 มิ.ย. โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่จะถูกหลอกขนส่งเอกชน (สีแดง) ส่วนผู้ก่อเหตุตนทราบจากตำรวจว่าตัวอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน และคาดว่าทำเป็นขบวนการ พฤติการส่วนใหญ่จะใช้รูปเฟซบุ๊กปลอมในการหลอก และอีกกรณีผู้เสียหายรายหนึ่ง ต้องการขายโทรศัพท์มือถือไอโฟน คนร้ายอ้างว่าต้องส่งรูปบัตรประชาชนยืนยัน จากนั้นทางมิจฉาชีพก็ใช้วิธีการเดิมในการหลอกขอเลขพัสดุ และเข้าไปรับของออกจากขนส่ง ต่อมามิจฉาชีพกลับนำบัตรประชาชน และรูปของผู้เสียหายไปหลอกลวงผู้อื่นต่ออีกทอด ตนขอฝากถึงพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.ให้ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีเพื่อไม่ให้มีผู้เสียหายเกิดขึ้นอีก และขอให้ทางประชาชนระมัดระวังในการส่งของรวมถึง อยากให้ทางขนส่งออกมารับผิดชอบและเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้รอบครอบมากขึ้นด้วย

คุณอาจสนใจ

Related News