เลือกตั้งและการเมือง
44 สส.ก้าวไกล เตรียมดึงนักวิชาการ เป็นพยานสู้คดีเสนอ ม.112 เหตุมีบทบัญญัติ-เหตุผลรองรับ
27 ต.ค. 2569
63 views
44 สส.ก้าวไกล เตรียมดึงนักวิชาการ เป็นพยานสู้คดีเสนอ ม.112 เหตุมีบทบัญญัติ-เหตุผลรองรับ “นิธิ” ชี้เป็นความพยายามกลุ่มตรงข้าม โยงจุดเริ่มต้นเสนอ กม.จากม็อบ ยืนยันในหลักฐาน ด้าน “ศาลฎีกา” นัดไต่สวนพยานฝั่งก้าวไกลนัดแรก 3 พ.ย.นี้ “วิโรจน์-อาจารย์รณกรณ์” เบิกความปากแรก
วันที่ 27 ต.ค. 69 ที่ศาลฎีกา นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพรรคประชาชน เปิดเผย หลังศาลฎีกานัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง (ป.ป.ช.) เป็นนัดสุดท้าย ในคดี ป.ป.ช. ยื่นคำร้องกล่าวหา 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล กรณีร่วมกันเสนอร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กระทำผิดฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ว่า วันนี้เป็นวันนัดไต่สวน พยานของทางฝั่ง ป.ป.ช. ซึ่งคือฝั่งผู้ร้องเป็นนัดสุดท้าย โดยมีพยานของทางฝั่งป.ป.ช. ขึ้นเบิกความให้การทั้งหมด 2 ปาก คือนพ.เอกภพ เพียรวิเศษ อดีต สส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันเป็นโฆษกรัฐบาล และนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ อดีต สส. กทม. พรรคก้าวไกล ปัจจุบันเป็นรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ภาพรวมในวันนี้เป็นประเด็นเรื่องก่อนที่จะมีการยื่นร่างแก้ไข ม.112 ว่าได้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในการประชุมต่าง ๆ บ้าง แต่โดยเนื้อหาทางตนเห็นว่า การตอบข้อต่อสู้ของเราก็ยังจะยืนยันตามข้อต่อสู้เดิมว่าการกระทำของ 44 สส.ไม่ได้เป็นการขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม
โดยที่นัดต่อไปวันที่ 3 พฤศจิกายน 69 จะเป็นเรื่องของการไต่สวนพยานของฝั่ง 44 สส.นัดแรกโดยที่ได้มีการแจ้งชื่อพยานไว้กับศาลแล้วทั้งหมด 2 คน คือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.พรรคก้าวไกล จะเป็นพยานปากแรก และมีนักวิชาการอีก 1 คน คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รณกรณ์ บุญมี อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายอาญา และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเคยเป็นพยานในคดีศาลรัฐธรรมนูญมาก่อนแล้ว ในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญของศาล และเป็นนักวิชาการด้านกฎหมายอาญาที่ได้รับการยอมรับในวงการวิชาการของประเทศไทย แล้วก็ต่างประเทศอย่างมาก
ส่วนทำไมต้องเป็นอาจารย์รณกรณ์ นายนิธิ กล่าวว่า เพราะเป็นนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญาเป็นอย่างมากแล้วก็เป็นผู้บรรยายที่บรรยายในส่วนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ทั้งที่คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอื่นหลายที่ รวมถึงเนติบัณฑิตยสภา
เมื่อถามว่าตัวของนักวิชาการทางพรรคประชาชนและอดีตพรรคก้าวไกลให้น้ำหนักไปมากน้อยแค่ไหน นายนิธิ กล่าวว่า เหตุผลที่เป็นที่มาของการยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายยามมาตรา 112 เราก็ทราบกันว่าเป็นข้อเรียกร้อง ซึ่งมีความเห็นทางวิชาการรองรับอยู่แล้ว ว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีปัญหาในเรื่องของทั้งตัวบทบัญญัติและการบังคับใช้ ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันมาในเชิงวิชาการเป็นเวลานานมากแล้ว ก่อนที่จะมีการยื่นร่าง ไม่ใช่ว่าการยื่นร่างแก้ไข 112 ที่จะมาถูกสตาร์ทโดย 44 สส. ส่วนจะมีการยื่นนักวิชาการเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นั้น ได้แจ้งชื่อกับศาลไว้ทั้งหมด 13 คน ซึ่งต้องรอการคอนเฟิร์ม และรอศาลอนุญาต และได้มีการเรียกมาหรือไม่
ส่วนตัวนักวิชาการข้อเสนอร่างได้เข้าไปอยู่ในขั้นตอนของการให้น้ำหนักให้ข้อมูลเหตุผลในการนำเสนอร่างมากน้อยแค่ไหน นายนิธิ กล่าวว่า ในภาพรวมเรื่องความเห็นทางวิชาการมีการพูดออกมาจากสังคมภายนอก แล้วก็รวมทั้งฝ่ายอื่น ๆ ที่เป็นหน่วยงานต่าง ๆ ก็มีมาตลอด
เมื่อถามว่าระหว่างตัวนักวิชาการมาเบิกเองกับฝากทำเป็นเอกสาร คำทำให้การน้ำหนักในการพิจารณาขอวศาลจะเหมือนหรือต่างกัน นายนิธิ กล่าวว่า ถ้าในเรื่องข้อเท็จจริง ทางทฤษฎีก็คงจะเหมือนกัน แต่ว่าด้วยโดยความเห็นควรจะเป็นนักวิชาการมาเบิกความด้วยตัวเองมากกว่า เพราะว่าถ้าเกิดส่งมาเป็นหนังสือบางทีไม่ว่าจะเป็นศาลหรือคู่ความอาจจะมีประเด็นที่อยากสอบถามเพิ่มเติม บางทีถ้าไม่ได้มาอยู่ตรงนั้นก็อาจจะไม่ได้ประเด็นที่ครบถ้วน แต่ตนก็อยากให้เป็นการเบิกความโดยตัวจริงมากกว่า เพราะว่าอาจจะได้ความเห็นอะไรเพิ่มเติมด้วย
ส่วนที่พยานที่ฝั่ง ป.ป.ช. วันนี้น้ำหนักอาจจะถูกถ่ายที่จุดเริ่มต้นของการเสนอมาจากการชุมนุมหรือไม่ นายนิธิ กล่าวว่า ก็เป็นความพยายามของทางฝั่งผู้กล่าวหาที่จะกล่าวหาให้เป็นแบบนั้น แต่ทางเราก็มีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมาก่อน ไม่ใช่ว่าเพิ่งมามีตอนปีที่มีการชุมนุม แต่มีมายาวนานเป็น 10 ปี เรื่องนี้ไม่ต่ำกว่าหลัก 10 ปี แล้วก็มีหลักฐานยืนยันทั้งทางวิชาการแล้วก็เป็นเอกสารราชการ
ส่วนกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงองค์คณะ คดี 44 สส. จาก 3 คน เป็น 5 คน เป็นการเปลี่ยนตามมุมรอบหรือศาลได้ให้เหตุผลอย่างไรบ้าง นายนิธิ
กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องการเปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษา เท่าที่ตนคาดการว่าน่าจะเป็นเพราะว่ามีการโยกย้ายเป็นตามรอบปกติของศาลตรงนี้ไม่ได้มีความกังวล หรือมีประเด็นอะไรเป็นพิเศษครับ ส่วนจะเกิดปัญหาการต่อเนื่องในการพิจารณาหรื่อไม่นั้น ตนเห็นว่าด้วยความที่เจ้าของสำนวนยังคงเป็นท่านเดิมอยู่ เรื่องของความต่อเนื่อง ทางตนไม่ได้มีข้อกังวล เพราะข้อเท็จจริงก็ค่อนข้างยุติแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งเราก็มั่นใจในหลักการ การกระทำของ 44 สส.ไม่ได้เป็นการที่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม ไม่ว่าท่านไหนจะมาเป็นผู้พิพากษา ตนเห็นว่าถ้าพิจารณาตามหลักการ ก็ยังไม่ใช่การละเมิดมาตรฐานจริยธรรมอยู่ดี
แท็กที่เกี่ยวข้อง สส.ก้าวไกล ,ม.112