เลือกตั้งและการเมือง
“นันทนา” เดือดกลางสภา หลังชวดเก้าอี้ กมธ.วิสามัญฯ ซัด “สว.สีน้ำเงิน” กินรวบ
5 ต.ค. 2569
47 views
“นันทนา” เดือดกลางสภา หลังชวดเก้าอี้ กมธ.วิสามัญฯ ซัด “สว.สีน้ำเงิน” กินรวบ ด้าน “อัจฉรพรรณ” รีบลุกแจงบอกสัดส่วนไม่เกี่ยวกับสี พ้อเป็น สว.มา 2 ปี 2 เดือน ได้นั่งกรรมาธิการแค่ไม่กี่คณะ ลั่นทุกวันนี้เดินเข้าสภาฯ เหมือนอยู่ท่ามกลาง “ฝูงไฮยีน่า” พร้อมกัดกิน-กลั่นแกล้งตลอดเวลา
การประชุมวุฒิสภา มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เป็นประธานการประชุม ในระหว่างพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ พ.ศ..) นั้น น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ได้อภิปรายในกรณีที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาฯ ด้วยคะนนเห็นด้วย 28 เสียง ไม่เห็นด้วย 96 เสียง งดออกเสียง 22 เสียงไม่ลงคะแนน 4 เสียง ซึ่งถือว่าไม่ได้รับเลือกให้เป็นกรรมาธิการ ว่า ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ลงมติเลือกตน แม้เสียงที่ออกมาจะไม่ได้เป็นกรรมาธิการในครั้งนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าท่านได้ปฎิเสธการกินรวบในวุฒิสภา นี่คือกลุ่มก้อนสว.สีน้ำเงิน ตนไม่ใช่สีน้ำเงิน และไม่มีวันที่จะเป็นสีน้ำเงิน แม้จะถูกกีดกันการทำหน้าที่ในสภา ก็ขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และขอฟ้องว่าสภาแห่งนี้หาใช่ที่ตรวจสอบถ่วงดุลตามที่ประชาชนคาดหวัง แต่เป็นสภากินรวบที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนและพวกพ้องเท่านั้น และนี่คือจุดหายนะของฝ่ายนิติบัญญัติที่ตนขอเตือนเอาไว้
น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส สว. ประท้วงประธานว่า เท่าที่ทราบตัวแทน กรรมาธิการวิสามัญฯ ที่ได้คัดเลือก เป็นตัวแทนจากกรรมาธิการ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสีใดสีหนึ่ง หากในกรรมาธิการเสนอชื่อสองคนก็จะมีการจับฉลาก ซึ่งน.ส.นันทนา สามารถเสนอชื่อผ่านกรรมาธิการท่านได้ ตนอยากให้ประชาชนเข้าใจถึงการทำงาน ไม่อยากให้มองว่าประชาชนมีความรู้สึกว่าพวกเราเอารัดเอาเปรียบท่าน หรือไม่ให้เกียรติท่าน
น.ส.นันทนา ขอใช้สิทธิ์พาดพิง โดยกล่าวว่า “ไม่อยากโต้เถียงกับนอมินีที่ออกมาชี้แจง” ทำให้ น.ส.อัจฉรพรรณ สวนขึ้นทันทีว่า “ดิฉันไม่ใช่นอมินี” ก่อนที่น.ส.นันทนา จะกล่าวว่า “ขอพูดให้จบก่อน มีมารยาทบ้าง” จนทำให้นายบุญส่ง ปิดไมค์ทั้งคู่ แต่ทั้งสองคนยังคงโต้เถียงกันไปมา
ทำให้นายบุญส่ง ขอให้ยุติ พร้อมกล่าวว่า การพูดไปก็ไม่ได้ประโยชน์ เพราะได้ทำคะแนนเสร็จแล้ว เดี๋ยวก็ไปให้ข่าวสื่อต่างๆ ตามมา ดังนั้น ขอให้ยุติทั้งสองท่าน และไม่อนุญาตให้พูด
จากนั้น น.ส.นันทนา มาแถลงข่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ตนทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ตนเองได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมายเพียง 1 ฉบับ ไม่เคยได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญใดๆ เลย วันนี้เป็นการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา ซึ่งได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาและตนเองอยู่คณะกรรมาธิการการศึกษา แต่ก็ไม่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษากฎหมายฉบับนี้อีกเช่นเคย
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ สว. ได้เสนอชื่อตนเองว่าเหตุใดตนซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในวงการการศึกษา และอยู่ในคณะกรรมาธิการการศึกษา จึงไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าไปพิจารณากฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้ กรรมาธิการในส่วนของสว.จะมี 17 คน จึงมีการเสนอชื่อตนเองเข้าไปเป็นคนที่ 18 เพื่อให้สว.ได้โหวตกัน และผลการโหวตที่ออกมาคือ 17 คนที่แพ็คกันมา ได้รับเลือก ส่วนตนเองได้รับคะแนน 28 คะแนน จึงไม่ได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ
“นี่เป็นสิ่งที่ดิฉันอยากบอกกับประชาชนว่านี่คือการกินรวบวุฒิสภา จากสว.สีน้ำเงิน ซึ่งกีดกันการทำงานของดิฉันทุกอย่าง ไม่ให้ดิฉันได้ทำงานใดๆเลย ในกรรมาธิการต่างๆ ดิฉันก็ไม่สามารถเข้าไปเป็นประธานอนุกรรมาธิการ เป็นรองประธาน หรือใดๆ หรือพิจารณากฎหมายใดๆ ในขณะที่สว.ท่านอื่นๆ ตลอด 2 ปี 2 เดือนที่ผ่านมา เขาได้เป็นกรรมาธิการ 7 หรือ 8 คณะ บางคนได้เป็นมากกว่า 10 คณะ ชื่อจะคุ้นๆอยู่ตลอดเวลา นี่เป้นสิ่งที่วุฒิสภาได้ปฏิบัติต่อผู้ที่เป็นวุฒิสมาชิก และนี่คือสิ่งที่ดิฉันอยากฟ้องประชาชนว่าภาษีอากรที่ท่านจ่ายให้กับสว.เหล่านี้ เขาไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อถ่วงดุล เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน แต่เป็นการเข้ามากินรวบเพื่อกลุ่มของเขาและตัวเขาเอง” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า นี่คือสิ่งที่น่าเสียใจ ที่ประชาชนจะต้องรับทราบเอาไว้ว่าวุฒิสภาที่ท่านคาดหวังว่าจะให้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุลกับฝ่ายรัฐบาล ตรวจสอบถ่วงดุลกับสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิดขึ้นจริง แต่เป็นการกินรวบ สมยอมซึ่งกันและกัน เราจึงไม่เคยได้เห็นการตรวจสอบถ่วงดุลกันจริงๆ กฎหมายฉบับใดที่รัฐบาลผ่านเข้ามาทางสว.ก็จะเห็นชอบไปตามนั้น ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการถ่วงดุล ตนทำหน้าที่ตรงนี้เพื่อบอกกับประชาชนว่า ตนจะทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน และจะทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล เป็นหูเป็นตาให้กับประชาชนต่อไป
“แม้ว่าดิฉันจะถูกกลั่นแกล้ง รังแกในสภาเช่นนี้ ทุกวันที่ดิฉันเดินเข้ามาในสภาฯแห่งนี้เหมือนอยู่ท่ามกลางฝูงไฮยีน่า ที่พร้อมจะฉีก กัดกิน รังแก กลั่นแกล้ง แต่ดิฉันจะไม่ยอมแพ้ ดิฉันจะต่อสู้เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนต่อไป และจะทำหน้าที่ให้เป็นผู้ที่ตรวจสอบถ่วงดุลในวุฒิสภานี้ต่อไป” น.ส.นันทนา กล่าว
เมื่อถามว่าที่ถูกกีดกัดมีแค่ตัวเองหรือมีสว.คนอื่นด้วยหรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า ตนถูกเขี่ยชื่อออกทุกครั้ง สว.ท่านอื่นก็จะได้รับการจัดสรรกรรมาธิการต่างๆ แต่อาจจะน้อยบ้างสำหรับสว.อิสระ แต่หากเป็นสว.เสียงข้างมาก เขาก็จะได้เยอะ แต่สว.กลุ่มอิสระได้น้อย แต่ไม่มีใครได้ 1 คณะเท่ากับตน ย้ำว่าเป็นตนที่ถูกกีดกันออกไปจากการทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อถามว่า มีการให้เหตุผลถึงการกีดกันออกไปหรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า เวลาที่เลือกกรรมาธิการ เขาจะมีระบบการทำงานระหว่างประธานกรรมาธิการกับวิปวุฒิสภา เช่น หากเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการใด กรรมาธิการนั้นจะได้โควตาส่งสว.เข้าไปเป็นกรรมาธิการมากกว่า จากนั้นประธานกรรมาธิการก็จะเสนอชื่อเข้าไป ซึ่งตนเคยทักท้วงในที่ประชุมกรรมาธิการว่าทำไมจึงวนไม่ถึงตนเสียที ซึ่งประธานบอกว่าเป็นการเรียงตามอันดับตัวอักษร ซึ่งตน น. ก็จะกระโดดข้ามไปทุกครั้ง ไม่เคยที่ น. จะได้ขึ้นมาเลย ในขณะที่ตนไม่ได้รับเลือกเป็นกรรมาธิการวิสามัญ เหตุผลของประธานกรรมาธิการพิจารณาคือทางวิปวุฒิสภาขอว่าส่งคนนั้น คนนี้มาแทน
“ความหมายมากมายแต่คือไม่เอานันทนา เมื่อถึงคนนี้ ขอเอาคนอื่น ดิฉันคิดว่านี่คือระบบการทำงานของวุฒิสภาหรือ ที่เกลีดชังใครเป็นส่วนตัว ใครที่ลุกขึ้นมาคัดค้าน คนที่ลุกขึ้นมาส่งเสียงจะไม่ได้รับบทบาทการทำหน้าที่ในกรรมาธิการเลย ไม่ต้องพูดถึงกรรมาธิการงบประมาณ ดิฉันไม่เคยได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญใดๆ ต่อจากนี้จะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาน้ำท่วม ก็ไม่มีชื่อดิฉันแน่นอน นี่คือตลอดเวลาที่ดิฉันเป็นวุฒิสภาแล้วได้รับ ” น.ส.นันทนา กล่าว
แท็กที่เกี่ยวข้อง สว.นันทนา ,สว.