เลือกตั้งและการเมือง

“ประชาธิปัตย์” กางปมร้อนยกเคส “เล่าต๋า” ชี้ช่องโหว่กระบวนการเสนอลดโทษ-อภัยโทษตกอยู่ในมือนักการเมือง

9 ชั่วโมงที่แล้ว

42 views

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กางปมร้อน เคส “เล่าต๋า” ชี้ช่องโหว่กระบวนการเสนอลดโทษ-อภัยโทษตกอยู่ในมือนักการเมือง เล็งผลักดันกฎหมายบังคับโทษตามจริง ปิดฉากวงจรอุบาทว์ “ตำรวจจับ-ศาลตัดสิน-นักการเมืองไขประตูปล่อย”

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง (พ.ร.บ.ป้องกันอาชญากรรมต่อเนื่อง) โดยยกกรณีของ “เล่าต๋า แสนลี่” อดีตราชายาเสพติดรายใหญ่ ที่แม้จะถูกดำเนินคดีในฐานะผู้กระทำความผิดครั้งแรก และศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต (เทียบเท่า 50 ปี) แต่ในความเป็นจริงกลับถูกคุมขังอยู่เพียงประมาณ 8-9 ปีเท่านั้น ก็ได้รับการปล่อยตัวสู่สังคม เนื่องจากได้รับการอภัยโทษถึง 6 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 7 ปี

นายพงศกรระบุว่า แม้พรรคประชาธิปัตย์จะอยู่ระหว่างผลักดันร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อเป็นการอุดช่องโหว่คดีฆาตกรต่อเนื่องและผู้กระทำผิดซ้ำ แต่กรณีของเล่าต๋าสะท้อนให้เห็นปัญหาอีกด้านของผู้กระทำผิดครั้งแรกในคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง ซึ่งเกิดจาก 2 ปัจจัยหลักในเรือนจำ ได้แก่ ระบบการเลื่อนชั้นนักโทษ (ชั้นเยี่ยม ชั้นดีมาก ชั้นดี) ที่มีการสะสมวันลดโทษ และที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการตราพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ก่อนที่จะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและฝ่ายบริหารกลับมีบทบาทโดยตรงในการกำหนดหลักเกณฑ์ จัดทำบัญชีแนบท้าย และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อไปว่า ในระดับสากล เช่น สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ได้เผชิญปัญหานี้และแก้ไขมากว่า 20-30 ปี ด้วยการตรากฎหมายบังคับโทษตามจริง Truth in Sentencing (TIS) กำหนดให้ผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงต้องรับโทษจำคุกจริงไม่น้อยกว่า 85% ของคำพิพากษา เพื่อไม่ให้กระบวนการลดหย่อนโทษของฝ่ายบริหารมาทำลายอำนาจตุลาการ

"วันนี้คนที่พิพากษาคือศาล กระทรวงยุติธรรม หรือนักการเมืองกันแน่ เราต้องการลบภาพและข้อเท็จจริงที่บอกว่า ตำรวจเสี่ยงตายจับ ศาลลงดาบพิพากษา สุดท้ายนักการเมืองไขประตูปล่อย เราต้องไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องให้มีความยุติธรรมที่แท้จริง ไม่ใช่นักการเมืองปล่อยทุกคนที่เป็นพวกของตัวเอง" นายพงศกรระบุ

นอกจากนี้ นายพงศกรยังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้เกณฑ์ “ความชราภาพ” มาเป็นเหตุผลในการลดหย่อนโทษว่า หลักสากลยอมรับการลดโทษให้ผู้สูงอายุเพราะมองว่าความชราภาพทำให้ศักยภาพในการใช้พละกำลังก่อเหตุลดลง เช่น คดีทำร้ายร่างกายหรือปล้นทรัพย์ แต่สำหรับคดีเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ตัวการไม่ได้ใช้กำลังกาย แต่ใช้อิทธิพล อำนาจมืด และเครือข่ายในการบงการ ความชราภาพจึงไม่ได้ลดทอนอุปสรรคในการก่ออาชญากรรมเลยแม้แต่น้อย

นายพงศกรกล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคประชาธิปัตย์เตรียมพิจารณาผลักดันข้อเสนอกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการออก พ.ร.บ.บังคับโทษตามจริงตามคำพิพากษา หรือการแก้ไขกฎกระทรวงและกฎหมายราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดค่านิยมที่บิดเบี้ยวในสังคมว่า คนสูงอายุสามารถค้ายาเสพติดได้เพราะติดคุกเพียงไม่นานก็ได้รับการปล่อยตัวออกไปใช้เงินที่ซุกซ่อนไว้ได้อย่างสุขสบาย

แท็กที่เกี่ยวข้อง  พรรคประชาธิปัตย์ ,เล่าต๋า

คุณอาจสนใจ

Related News