เลือกตั้งและการเมือง

“แสวง” ออกมาใช้สิทธิ์ หวังผู้ว่าฯ คนใหม่ ทำตามสัญญา เผยยินดีถูกอดีตผู้ตรวจเลือกตั้ง ฟ้องคดีฮั้ว สว.

28 มิ.ย. 2569

48 views

“แสวง” ออกมาใช้สิทธิ์ หวังผู้ว่าฯ คนใหม่ ทำตามสัญญา อย่าให้ประชาชนผิดหวัง เผยยินดีถูกอดีตผู้ตรวจเลือกตั้ง ฟ้องคดีฮั้ว สว. ชี้การโต้ตอบผ่านสื่อไม่ทำให้เรื่องจบ ขอให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้พิสูจน์ข้อเท็จจริง

ช่วงบ่ายของวันนี้ (28 มิ.ย. 2569) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 56 บริเวณหมู่บ้านรวมโชค ซอยโชคชัย 4 ซอย 54 แยก 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะออกมา เปิดเผยว่า บรรยากาศการใช้สิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่ช่วงเช้าถือว่าเป็นไปพอสมควร แต่ยังไม่ถึงขั้นหนาแน่น จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพมหานครออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน แต่ยังไม่มีฝนตกและเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นอุปสรรค พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เพื่อเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชน

นายแสวงกล่าวว่า ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ย่อมคาดหวังให้กรุงเทพมหานครพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จักอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการได้ผู้บริหารที่สามารถผลักดันนโยบายที่ประกาศไว้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครมีความสามารถในการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ เจริญ และทำให้คนในเมืองใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะหัวใจของการบริหารท้องถิ่นคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับเป้าหมายผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง นายแสวงระบุว่า อย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่าครั้งที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 60% ขณะที่ กกต. ตั้งเป้าไว้ที่ 70% โดยยังเหลือเวลาอีกกว่า 3 ชั่วโมงจนถึงเวลา 17.00 น. เชื่อว่าประชาชนยังสามารถทยอยออกมาใช้สิทธิได้ อีกทั้งหน่วยเลือกตั้งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใกล้ที่พักอาศัย ทำให้การเดินทางสะดวก พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนในช่วงเย็น เพื่อให้เห็นว่าคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส ซึ่งถือเป็นสิทธิของประชาชนในการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง

ส่วนความกังวลเรื่องฝนตกในช่วงเย็น นายแสวงยอมรับว่าไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะอาจกระทบต่อการนับคะแนน โดยเฉพาะหากมีฝนและลมแรงเหมือนเมื่อวันก่อน อย่างไรก็ตาม กกต. ได้ซักซ้อมการปฏิบัติงานไว้แล้ว และเชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้โดยไม่เกิดปัญหา

นายแสวงยังกล่าวถึงการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการว่า คาดหวังว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วกว่ากำหนดเดิมที่ตั้งไว้ไม่เกินเวลา 22.00 น. เนื่องจากเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่การประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบความสุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงการตรวจสอบรายงานผลคะแนนจากทุกพื้นที่ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน

เมื่อถูกถามในฐานะประชาชนว่าอยากเห็นกรุงเทพฯ ได้รับการแก้ไขเรื่องใด นายแสวงกล่าวว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีศักยภาพและเป็นที่รู้จักในระดับโลกอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าสามารถพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้ แต่การพัฒนาไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้บริหารเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนกรุงเทพฯ ทุกคนในการร่วมกันสร้างเมืองให้น่าอยู่

ส่วนหลักในการตัดสินใจเลือกผู้สมัคร นายแสวงกล่าวว่า การลงคะแนนเป็นความลับ แต่ยืนยันว่าได้ศึกษาข้อมูลของผู้สมัครมาก่อนวันเลือกตั้ง ทั้งข้อมูลที่ผู้สมัครนำเสนอ รวมถึงข้อมูลจากกรุงเทพมหานครและสำนักงาน กกต. กรุงเทพมหานคร จึงมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ทั้งนี้ นายแสวง ฝากถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนแล้ว ขอให้ทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และอย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง

นอกจากนี้ นายแสวงให้สัมภาษณ์ภายหลังถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณี พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในการเลือก สว. ระดับประเทศ ปี 2567 เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายแสวงและสำนักงาน กกต. โดยกล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่กรณีนี้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย เพราะจะทำให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้รับการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม แทนที่จะมีการพูดโต้ตอบกันไปมาผ่านสื่อ ซึ่งมองว่าไม่ทำให้เรื่องยุติลง

“สำหรับผม ผมว่ามันดี มันดีที่เรื่องจะได้เข้าสู่กระบวนการ เพราะเอาไปพูดกลับไปกลับมา มันก็ไม่จบ” นายแสวงกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อกล่าวอ้างของ พ.ต.อ.มนัส โดยเฉพาะประเด็นที่ระบุว่าได้แจ้งเบาะแสเรื่องการฮั้วเลือก สว. ให้เลขาธิการ กกต. รับทราบในวันเกิดเหตุ แต่นายแสวงกลับตอบว่า “รู้ไปก็ทำอะไรไม่ได้ เขาวางแผนมาแล้ว” นายแสวง ระบุว่า เหตุการณ์ในวันนั้นมีรายละเอียดหลายเหตุการณ์ และไม่ต้องการออกมาพูดรายละเอียดภายนอก เพราะเห็นว่าเรื่องได้เข้าสู่กระบวนการแล้ว ซึ่งตนไม่ต้องการ “ต่อความยาวสาวความยืด” กับประเด็นดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน และเห็นว่าการที่ทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย จะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง มากกว่าการที่แต่ละฝ่ายออกมาให้ข้อมูลโต้ตอบกัน

พร้อมทั้งระบุว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา เลือกที่จะไม่ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาหรือให้สัมภาษณ์ชี้แจงในรายละเอียด เพียงรับฟังข้อมูลมาโดยตลอด แต่เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการแล้ว ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้ทุกประเด็นได้รับการพิสูจน์ตามข้อเท็จจริง

ส่วนกรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่า พร้อมเข้าชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายแสวงยืนยันว่า ไม่มีประเด็นใดที่น่ากังวลสำหรับตนเอง พร้อมปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการ


คุณอาจสนใจ

Related News