เลือกตั้งและการเมือง
“สส.ปชน.” อัดยับ TH-AI Passport ส่อฮั้วครั้งใหญ่ แฉกลโกงดิจิทัล ขนเงินอุ้มระบอบสีน้ำเงิน
10 มิ.ย. 2569
24 views
“ภาวุธ” สส.ปชน. อัดยับ TH-AI Passport ส่อฮั้วครั้งใหญ่ แฉกลโกงดิจิทัลโมเดลใหม่ ขนเงินอุ้ม “ระบอบสีน้ำเงิน” ฉะเปิดฟังความเห็นแค่ฟอกขาว ชี้มีโครงการลักษณะนี้อีกเพียบ คนประมูลหน้าเดิมๆ โฆษณารายใหญ่มีเอี่ยว หวังชะลอเฟส 2 จ่อถล่มในงบปี 70
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการเปิดฟังรับความคิดเห็นของโครงการ TH-AI Passport ว่า วันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ประชาชนสงสัยคือปลัดกระทรวงฯ ออกมาบอกว่ารับฟังไปแล้วแต่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ จึงเกิดข้อสงสัยว่ารับฟังไปทำไม การรับฟังครั้งนี้เป็นการดึงคนโดยเฉพาะคนในวงการ เข้าไปเพื่อฟอกขาวสร้างความชอบธรรมรับความเห็น แล้วบอกว่าจะนำความเห็นมาปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่สุดท้ายก็ปรับปรุงไม่ได้ จึงตั้งข้อสงสัยว่าก่อนที่จะมีโครงการนี้ขึ้นมาทำไมถึงไม่เปิดรับฟังความเห็น ทำไมจึงมาเปิดรับฟังความเห็นย้อนหลัง ในขณะที่โครงการเดินหน้าไปแล้ว
“เป็นการสะท้อนให้เห็นชัดว่าโครงการนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความต้องการของประชาชน โครงการนี้เริ่มต้นจากมีเงินเหลือ แล้วจะเอาเงินเหลือออกมาจากกองทุนได้อย่างไร ฉะนั้นกระบวนการของ TOR ทุกอย่างเพื่อให้เกิดคอร์รัปชัน เกิดการโกงกินในโครงการนี้” นายภาวุธ กล่าว
เมื่อถามว่า บางฝ่ายอาจมองว่าการเปิดรับฟังความครั้งนี้ไม่ใช่การฟอกขาวแต่จำกัดแค่คนที่เห็นด้วยกับฝั่งพรรคภูมิใจไทย นายภาวุธ กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนมีเจตนาดี อยากทำให้โครงการนี้ดี แต่สิ่งที่เราไม่รู้ คือถ้าเราไปงานนี้แล้วจะสามารถพูดได้มากน้อยแค่ไหน จะมีการเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้หรือไม่ สามารถสื่อสารและแนะนำได้อย่างเต็มที่หรือไม่ หรือเป็นการพูดคุยกันแบบระบบปิดไม่ให้ประชาชนรับทราบ และมีการคัดเลือกข้อแนะนำดีๆ ออกมาจาก งานนี้เพื่อมาบอกว่าเราเปิดรับฟังความเห็นแล้ว ได้รับแล้วจะไปปรับปรุงให้ดีขึ้น หากเป็นแบบนี้ก็จะเป็นการฟอกขาว
เมื่อถามว่าจะติดตามการเปิดรับฟังความเห็นของกระทรวงฯอย่างไร นายภาวุธ กล่าวว่า น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บอกว่ามีการรับฟังความเห็นเปิดกว้างก็จริง แต่ใน TOR ใครที่จะเข้ามาร่วมประมูลโครงการนี้จะต้องเป็นบริษัทที่เคยรับงานมีมูลค่า 400 ล้านบาทในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา แต่จะมีบริษัทเทคโนโลยีในประเทศไทยกี่บริษัทที่มีความสามารถในการรับโครงการลักษณะนี้ได้ ซึ่งมีไม่เกิน 15 บริษัทในประเทศไทยเท่านั้น
“15 บริษัทนี้ก็รู้จักกันดี จึงส่อให้เห็นถึงการฮั้ว การทำเป็นกลุ่มก้อน เป็นการรวมตัวกันเข้าไปเพื่อเอาเม็ดเงินส่วนนี้ออกมา นั่นคือสิ่งที่เห็นได้ชัด ทำไมถึงไม่ลดเพดานการประมูลงานครั้งนี้ลงมาเพื่อให้ผู้ประกอบการเอกชนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีในระดับกลางสามารถเข้าประมูลได้ ที่สำคัญ TOR ระบุชัดว่าต้องซื้อสื่อ ซึ่งผมคาดการณ์ว่าคนที่ได้โครงการนี้อาจเป็นคนที่เขียน TOR เองด้วยซ้ำไป ฉะนั้นโครงการนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นโครงการฮั้ว และเป็นการทำโครงการขึ้นมาเพื่อต้องการดึงเงินออกจากระบบ” นายภาวุธกล่าว
เมื่อถามว่าบริษัทที่เข้าประมูลเป็นบริษัทฝั่งน้ำเงินใช่หรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า หากดูจากกลุ่มบริษัทเหล่านี้ มีกลุ่มบริษัทที่ทำราคากลาง ประมาณ 3 กลุ่มบริษัท นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่เข้าไปประมูลโครงการนี้ ถ้าหากดูโครงการนี้โครงการเดียวยังไม่เห็นความสัมพันธ์เท่าไหร่ แต่ถ้าดูกว้างๆ มีโครงการลักษณะนี้อีกเป็น 10 โครงการ และหน้าตาของผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมประมูลแข่งขันล้วนเป็นหน้าเดิมทั้งนั้น มีการสลับกันได้โครงการโดยไม่มีผู้ประกอบการหน้าใหม่
“จึงขอย้ำว่าโครงการ TH-AI Passport เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งมีอะไรข้างล่างอีกเยอะ แต่วันนี้มีลักษณะเป็นรูปแบบ ว่าจะมีการส่งบริษัทกลุ่มหนึ่งเข้าไป ทำราคากลาง ทำให้ราคากลางจากเดิมที่ควรต่ำถีบสูงขึ้นมาเป็นหลักหลายร้อยล้านบาทในโครงการอื่น ในขณะที่โครงการลักษณะเดียวกันที่ไปอยู่ในกระทรวงอื่นไม่ได้ราคาสูงขนาดนี้ ฉะนั้นพอรวมหัวกันกำหนดราคาสูงขึ้นมา จากนั้นจึงเลือกว่าใครจะเข้ามาประมูลโครงการ เมื่อเข้ามาประมูลโครงการได้ก็จะได้รับกำไรจำนวนมากจากโครงการนี้ สุดท้ายก็จะเกิดการส่งมอบเงินเหล่านี้ให้เครือข่ายพรรคการเมือง ซึ่งเราเรียกกลุ่มทุนนี้ว่า “กลุ่มทุนสีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบอบสีน้ำเงิน และวันนี้เรารู้อยู่แล้วว่าระบอบน้ำเงิน ครอบคลุมไปถึงสภาสูง สภาล่าง องค์กรอิสระ และยังครอบคลุมไปถึงนักธุรกิจที่เป็นกลไกสำคัญ ในการที่จะส่งเม็ดเงินเข้าไป เพื่อทำให้ระบอบสีน้ำเงินหมุนเวียนอยู่ได้” นายภาวุธ กล่าว
นายภาวุธ ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นถึงกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลบริษัทสื่อโฆษณายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องโครงการดังกล่าวในช่วงเวลานี้ โดยกล่าวว่าตนเคยเป็นเอกชนและเคยทำงานภาครัฐมาก่อน ขอย้ำว่าหน่วยงานภาครัฐสามารถขอความร่วมมือในการเปลี่ยนรายละเอียดโครงการทำได้ไม่ยาก ปกติแล้วส่วนใหญ่ภาครัฐทำเป็นเรื่องปกติในการเปลี่ยนรายละเอียดโครงการ
ฉะนั้นอยากให้กระทรวงดิจิทัลฯ ต่อรองและคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่รับงานนี้ไปว่าทำอย่างไรให้โครงการนี้ดี ตรงกับความต้องการของประชาชนและเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด ตนอยากร้องขอว่าแม้เราจะหยุดโครงการนี้ไม่ได้ แต่กำลังจะเกิดเฟส 2 ที่เม็ดเงินอีก 900 ล้านบาท กำลังจะเข้ามาวันนี้ จึงอยากให้ชะลอเป็นเงินก้อนนั้นไว้ก่อน
นายภาวุธ กล่าวต่อว่า จากงบประมาณรัฐบาลในปีหน้ากระทรวงดิจิทัลฯได้รับงบประมาณเพิ่มมากกว่า 33% จึงเกิดคำถามว่าทำไมอยู่ๆ กระทรวงนี้ถึงได้เงินเยอะทีหลัง จะบอกว่าดิจิทัลฯกำลังมาก็ไม่ใช่ จะบอกว่า เจ้ากระทรวงเป็นลูกของใครหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ แต่เม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้กำลังไหล่เข้ามาในกระทรวงที่มีโครงการลักษณะนี้ ขอย้ำว่าการโกงกินไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตึก บ้าน สะพาน รถ วันนี้การโกงกินเริ่มไหลมาสู่โครงการที่เป็นดิจิทัล AI จะได้เห็นว่าะมีโครงการลักษณะนี้และเม็ดเงินมหาศาลอย่างน่าประหลาดใจ นี่คือการโกงกินรูปแบบใหม่ที่เป็นรูปแบบดิจิทัล
เมื่อถามว่าจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 หรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคประชาชนอยู่ระหว่างแบ่งทีมเพื่อตรวจสอบ ซึ่งมีตัวเลขงบประมาณหลายตัว ที่เป็นเหตุเป็นผล แต่หลายตัวก็น่าประหลาดใจ
แท็กที่เกี่ยวข้อง ภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ ,TH-AI Passport