เลือกตั้งและการเมือง
"วิโรจน์" ลั่น ดีแล้ว! รัฐบาลทบทวนยกเลิกเกณฑ์บัตรคนจน ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็น "บัตรสวัสดิการเนรคุณ"
2 ชั่วโมงที่แล้ว
21 views
วันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่ สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศยืนยันว่านายกรัฐมนตรีสั่งทบทวนการยกเลิกเกณฑ์การลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า เห็นนายกรัฐมนตรีสั่งให้ทบทวนแล้ว เพราะเป็นคนละประเด็นกัน แต่หากพูดตามความจริงสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี หากนำมาคำนวณเป็นมูลค่าก็ไม่ได้มากอะไรเลย อีกทั้งการเอาค่าเลี้ยงดูหรือการดูแลพ่อแม่ มาใช้เป็นสิทธิ์ในการลดหย่อน วัตถุประสงค์คือ พยายามจะสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง สร้างให้ลูกดูแลบุพการี โดยที่รัฐให้มาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจ แต่ปรากฏว่าคนที่กตัญญูกับพ่อแม่กลับถูกลงโทษ หลายคนถึงขั้นแซวว่า “บัตรสวัสดิการเนรคุณ”
นายวิโรจน์ ระบุว่า ส่วนตัวเข้าใจกระทรวงการคลัง แต่บางเรื่องจะคิดแต่เรื่องตัวเลขไม่ได้ ท่านอาจจะคิดว่าคนเหล่านี้ดูแลพ่อแม่ ดังนั้นรัฐไม่ต้องดูแลแล้ว ตรงนี้ท่านอาจจะคิดแต่เรื่องตัวเลข แต่หากท่านคำนึงถึงเรื่องวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ของนโยบายนี้หรือหลักเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีท่านจะเข้าใจ รวมถึงว่าหากคำนวณคณิตศาสตร์เพิ่มเติมอีก ก็คงไม่ได้มากมายอะไร ซึ่งมีการประเมินด้วยซ้ำไปว่า เงินเดือนที่ได้ประโยชน์ และได้ลดหย่อนภาษี ต้องเกิน 40,000 กว่าบาท ซึ่งคนมากมายไม่ได้มีรายได้มากมายขนาดนั้น
“ดีแล้วที่ทบทวน ไม่เช่นนั้น จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจจะกลายเป็นบัตรสวัสดิการเนรคุณไปแล้ว” นายวิโรจน์ กล่าว
เมื่อถามว่าการทบทวนยกเลิกอาจส่งผลแค่ปีนี้เท่านั้น แต่ปีหน้าเกณฑ์ดังกล่าวอาจถูกนำกลับมาใช้อีก นายวิโรจน์ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจ ส่วนตัวมองว่ามี 2 เหตุผลที่ถูกแรงต้าน คือ 1. รัฐบาลไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ในการลดหย่อนภาษี ว่ารัฐบาลพยายามจูงใจให้ลูกดูแลพ่อแม่เพื่อสร้างเสริมคุณภาพความเป็นครอบครัวที่ดี ซึ่งมองว่าเป็นหัวใจสำคัญ คงไม่ได้คิดแค่เรื่องตัวเงินอย่างเดียว จึงโดนประชาชนคัดค้าน และ 2. หากจะเริ่มอะไรมองว่าควรเริ่มในปีถัดไป ไม่ใช่อยู่ดีๆ ที่มีการลดหย่อนภาษีไปแล้วจะนำมาคิด
“หากรัฐบาลจะสื่อสารเรื่องนี้จริงๆ ก็มองว่าสามารถทำได้ แต่ต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา มีการคำนวณให้ประชาชนดู ว่าอะไรมันคุ้มกว่า อีกทั้งต้องพิจารณาให้ประชาชนทราบแบบชัดแจ้งก่อนจะมีการยื่นภาษี เช่นว่า หากจะยื่นลดหย่อนภาษี พ่อแม่จะไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่สุดท้ายมันก็ต้องใช้กระบวนการในการทำความเข้าใจ ไม่ใช่ทำไม่ได้หรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ รัฐบาลต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และจริงใจที่สุดเท่านั้นเอง หากคิดในเชิงคณิตศาสตร์อย่างเดียวมันเป็นไปได้ แต่ขอตั้งคำถาม รัฐบาลมีช่องทางในการหาเงินอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่ ก่อนที่จะนำเงินตรงนี้เข้าใจว่าหากตัดสิทธิ์การลดหย่อนภาษีก็คงจะได้เงินการจัดเก็บรายได้เข้ามา แต่ต้องยอมรับ ซึ่งมองว่านายเอกนิติ ทราบอยู่แล้ว ฐานภาษีส่วนใหญ่ของประเทศ คือฐานภาษีจากการบริโภคหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งชนชั้นกลางที่จ่ายรายได้ภาษีบุคคลธรรมดา ก็มีไม่มากนัก หากไปยกเลิกการลดหย่อนภาษีตรงนี้ คิดว่าคงได้เงินรายได้กลับมาไม่เท่าไหร่ จึงบอกว่าไปหารายได้จากทางอื่นดีกว่า”
นอกจากนี้ นายวิโรจน์ ยังฝากย้ำเตือนถึงประชาชนด้วย จากหนึ่งในหลักเกณฑ์ที่มีรายได้ 100,000 บาทต่อปี จะไม่ได้รับสิทธิ์ และหลายคนสถานะทางบ้านไม่ค่อยดี ก็สงสัยว่าทำไมตัวเองไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่ง ซึ่งตรวจสอบอยู่หลายกรณี พบว่าบางคนถูกนายหน้าหลอกไปเปิดบัญชีม้า แล้วถูกผ่านเงินสกปรก พบบางรายเป็นหลักแสนหลักล้านบาท ซึ่งอาจสมเหตุสมผลที่ทางรัฐอาจมองว่าคุณไม่ได้จน เนื่องจากมีเงินผ่านจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นเงินที่มาจากการก่ออาชญากรรม จึงอยากฝากเตือนในประเด็นนี้ถึงประชาชนด้วยว่า “ต้นทุนที่เราต้องจ่ายกับการเปิดบัญชีม้า มันมีมูลค่าสูงมาก หากใครไม่แน่ใจว่าถูกหลอกหรือเคยพลั้งเผลอไปเปิดบัญชีม้าโดยที่ไม่ได้ใช้บัญชีนั้น ให้ลองไปพูดคุยกับธนาคารเพื่อปิดบัญชีดังกล่าว ที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งการทำแบบนี้อาจไม่ใช่แค่ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการ แต่อาจถูกดำเนินคดีด้วย”
แท็กที่เกี่ยวข้อง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ,บัตรคนจน ,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ