เลือกตั้งและการเมือง
“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ สั่งยกระดับปราบโกง กำชับทุกหน่วยงานอุดช่องโหว่คอร์รัปชัน
1 ชั่วโมงที่แล้ว
9 views
“อนุทิน” นั่งประธานถกภาครัฐ-เอกชน ยกระดับปราบโกง สั่งทุกหน่วยงานใช้เทคโนโลยีอุดช่องโหว่คอร์รัปชัน ดันเปิดเผยข้อมูลรัฐ-กฎหมายล้าสมัย บอกไม่เห็นด้วย ดัชนี CPI ถ้าเห็นใครโกง ส่ง ป.ป.ช.-ป.ป.ท.ทันที พร้อมเร่งสร้างความเชื่อมั่นนานาชาติ ดึงดูดนักลงทุน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ - เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ประธานสภาหอการค้าไทย เข้าร่วม
โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนและ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย พร้อมด้วยคณะกรรมการระดับสูง องค์กรอิสระ และหน่วยงานภาครัฐ โดยต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้มาร่วมประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน ก็เพื่อยกระดับการป้องกันและการทุจริต การประชุมครั้งนี้เกิดจากการที่รัฐบาลรับทราบความกังวลใจของพี่ประชาชน จากผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชน ในความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ หรือ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล และผู้ที่บริหารหน่วยงานราชการ วันนี้สมควรที่จะมารับฟังศึกษาวิเคราะห์ ความเห็นของพวกท่านเพิ่มเติมในการที่จะหาทางแก้ไขปัญหาและป้องกันปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นต่อไป
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ให้ทุกท่านทราบว่า รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาเรื่องโครงสร้างอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นแผนปฏิรูป กระบวนการอนุมัติ อนุญาต ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใส ลดความเสี่ยงการเกิดทุจริตทุกรูปแบบ เร่งดำเนินการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย รวมถึงเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการต่อต้านทุจริตของประเทศไทย ให้เป็นรับทราบของพี่น้องประชาชนทั่วไป รวมไปถึงประชาคมโลกในระดับนานาอีกด้วย
โดยล่าสุดตนได้คำสั่งให้ตั้ง คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านทุจริต เพื่อประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วนให้เกิดผลงานเป็นรูปธรรมและ ยกระดับคะแนน ดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI (Corruption Perceptions Index ) ซึ่งเรื่องนี้ ตนยังไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ ขอเรียนตรงๆ โดยในส่วนของภาครัฐ ตนขอมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานนำไปปฏิบัติเพื่อยกระดับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ
พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานได้ไปขันน็อต ตรวจสอบได้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวดและพร้อมสนับสนุนทุกกรณี เพื่อให้ทุกหน่วยงานนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่ทันสมัย มาปรับใช้ให้เกิด ความโปร่งใสในการทำงาน และทำทุกวิถีทางให้หน่วยงานเปิดเผยข้อมูล ในการดำเนินงานแก่สาธารณะ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าหน่วยงานของท่าน ปฏิบัติงาน ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ปลอดจากการทุจริตคอรัปชั่น
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนเคยเป็นฝั่งของผู้ขอข้อมูลมาก่อน ซึ่งขอเท่าไหร่ก็มีข้อยกเว้น ข้อมูลตรงนั้นให้ได้ ข้อมูลตรงนี้ให้ไม่ได้ ตนจึงได้เรียนนายปกรณ์ไปแล้ว ว่า ถ้าจะจะเปิด เปิดให้หมด ไม่มีคำว่าปิด มีกฎหมายที่อนุญาตเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอยู่แล้ว ดังนั้นต้องไปแก้กฎหมาย ที่มีการยกเว้น ไม่จำเป็นต้องไปเปิดๆปิดๆ เปิดเฉพาะส่วนที่อยากให้รู้ หรือปิดส่วนที่ไม่อยากให้รับรู้ ดังนั้นเป็นที่มาของคำว่า CPI
ซึ่งตนได้บ่นกับเลขา ปปท.ไปแล้ว ว่าแล้วว่า ปล่อยให้มี ตัวชี้วัดแบบนี้ ออกมาแบบนี้ได้ยังไง ซึ่งหากใช้ Perception ไม่ได้ ถ้าพวกท่านเห็นว่าข้าราชการคนไหนโกง รัฐมนตรีคนไหนโกง นายกฯคนไหนโกง ทุจริต ท่านไม่ต้องยกมือบอก ว่า มีตัวชี้วัด ให้ไป ปปช. ไปป.ป.ท. ไปปปง. ไปศาล หน่วยงานที่เป็นผู้บังคับบัญชาเหนือหน่วยงานนั้นๆ เพื่อส่งหลักฐาน โจรย่อมทิ้งร่องรอย ฉะนั้นคิดว่า เน้นเป็นเคสเคสไปเลย เน้นให้เต็มที่ เเละตนเชื่อว่า จะมีประชาคมมากมายมาให้การสนับสนุน ให้ข้อมูล ที่จะสอบไปถึงประเด็นต้นตอได้ แต่การที่จะวัดมาจากการสอบถาม ขอเรียนตรงๆ
“วันนี้ถ้าท่านมาถามผม ถ้าเป็นประชาชนทั่วไป โดยที่เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดใดกับการเมือง อาศัยบริการสาธารณะจากภาครัฐ อาศัยสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจากภาครัฐ และอ่านข่าวมาโดยตลอดเป็นสิบๆปี ว่า การเมืองไทยเป็นอย่างไร ถ้าถามว่าคุณอนุทิน คุณคิดว่าเมืองไทย มีคอรัปชั่นหรือไม่ ก็ตอบว่ามี ถาม 10 คน ก็บอกมี 10 คน จึงทำให้ การรับรู้รับทราบ เรื่องพวกนี้ก็แพร่ออกไปเป็นสถิติ เป็นอะไรต่างๆ จึงเป็นเหตุให้ประเทศไทย มีความเปราะบางในการกำหนดว่า เป็นประเทศที่เชื่อว่ามีการทุจริตคอรัปชั่นมากมายของประเทศนี้ ตนคิดว่ามีผลกระทบมากมายหลายประการหลังจากนั้น และจากการสรุปบทวิเคราะห์เช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความเชื่อมั่นของนานาประเทศ ทั้งความเชื่อมั่นทางการเมือง การทำงานติดต่อ ลงนามเอ็มโอยู สร้างความร่วมมือต่างๆ ที่สำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ที่จะต้องมาใช้เงินใช้ทอง มาลงทุนในประเทศไทย”
ทั้งนี้มีรายงานว่า ในวงประชุมจะมีการเปิดให้ภาคเอกชนได้เสนอความเห็นถึงปัญหาคอร์รัปชัน และการปราบปรามการทุจริต โดยนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย
นอกจากนี้ จะเปิดโอกาสให้ รศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานกระบวนการเก็บข้อมูลของผลสำรวจกรณีหน่วยงานรัฐถูกเสนอจ่ายสินบน
อย่างไรก็ตามเวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569
แท็กที่เกี่ยวข้อง ข่าวการเมือง ,อนุทิน ชาญวีรกูล