เลือกตั้งและการเมือง

“อนุทิน” เดือด! เรียกทุกองคาพยพ สางปัญหาน้ำมันหาย ถามปริมาณการผลิตโรงกลั่น

6 ชั่วโมงที่แล้ว

152 views

“อนุทิน” เดือด! เรียกทุกองคาพยพ สางปัญหาน้ำมันหาย ถามปริมาณการผลิตโรงกลั่น จี้ขนส่ง-จ๊อบเบอร์ โชว์สัญญาซื้อ หลังปริมาณลดอย่างมีนัยยะสำคัญ ตั้งคำถามฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควรหรือไม่ พร้อมสั่งกรมธุรกิจพลังงานควบคุมส่งออก ย้ำน้ำมันดิบในประเทศไม่ขาด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายเอกนิติ นิติฑันประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., นายชัชชาติ สิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันยังมีภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายพลังงานน้ำมัน ตัวแทนโรงกลั่น ตัวแทนขนส่ง อาทิ ตัวแทนสถานีบริการน้ำมันภายในประเทศ ตามมาตรา 7 จำนวน 12 ราย เช่น บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน), บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัทสตาร์ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (คาลเท็กซ์), บริษัทซัสโก้จำกัด (มหาชน) และบริษัทไทยออยล์ออยล์ จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้แทนโรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง 6 ราย, ผู้แทนคลังน้ำมัน 3 ราย, ผู้แทนผู้ค้าน้ำมัน จำนวน 3 ราย และผู้แทนรถขนส่ง 3 ราย นอกจากนี้ยังมีตัวแทนภาคประชาชน สมาคมประมงแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการอื่นๆ เข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้มาประชุมท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า มีแนวโน้มจะยืดเยื้อ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกรวมถึงประเทศไทย

ทั้งนี้ นับตั้งแต่รัฐบาลได้มีการปรับมาตรการด้านพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งการกำหนดเพดานราคาน้ำมันใหม่ และกำหนดราคาน้ำมันเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภคและการส่งเสริมพลังงานชีวภาพให้มีการผลิตและการใช้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการขยายเวลาขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้น้ำมัน สามารถไปเติมน้ำมันได้ให้เหมือนกับสภาวะก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง

นายกรัฐมนตรีย้ำว่าเราพยายามที่จะนำสถานการณ์ทั้งหมดกลับไปสู่สภาวะก่อนวันที่ 1 มีนาคม ส่วนในเรื่องของราคาปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งรัฐบาลเองก็ต้องหามาตรการในการทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ยังมีการรายงานเข้ามาว่าไม่สามารถเข้าถึงการเติมน้ำมันได้อย่างคล่องตัวและมีความกังวล ต่อความเพียงพอของปริมาณน้ำมันซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยตนขอกราบเรียนต่อที่ประชุมว่าไม่ว่าจะเป็นการประชุมวงเล็กหรือวงใหญ่รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง จนถึงปัจจุบันนี้ ยังยืนยันได้ว่า เรายังไม่มีปัญหาเรื่องการสำรองน้ำมัน และการเข้ามาของน้ำมันดิบ เรายังสามารถที่จะสั่งซื้อและนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายๆภูมิภาคทั่วโลก โดยยังไม่มีเหตุหรือตัวชี้วัดใดที่บอกว่าน้ำมันของประเทศไทย จะเข้ามาในปริมาณที่ลดน้อยลง จึงฝากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันให้ความเชื่อมั่นกับประชาชน

เพราะปัญหาขณะนี้เมื่อประชาชนมีความกังวลทั้งที่ซัพพลายไม่ได้ลดลง พร้อมยกตัวอย่าง เช่น ตู้เอทีเอ็มใส่เงินไว้ 3 ล้านบาท แต่มากด 10 ล้านบาท อย่างไรก็ไม่พอ เช่นเดียวกันเราไม่สามารถเติมน้ำมันให้เต็มปั๊มได้ตลอดเวลา เพราะก็มีวงรอบในเรื่องของการส่ง ดังนั้นจึงต้องหาวิธีในการทำอย่างไรก็ตามเพื่อที่จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ เพื่อแก้ปัญหาการมารอกันเต็มหน้าปั๊มเหมือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังต้องขอความร่วมมือในเรื่องของการผ่อนผันระยะเวลาในเรื่องรถขนส่งน้ำมัน จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้น้ำมัน เข้ามาในกรุงเทพมหานครได้ตลอดเวลา

ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องแก้ไขสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือเรื่องของราคาน้ำมัน โดยต้องมีมาตรการกำหนด ว่า จะขายหน้าโรงกลั่น หน้าปั๊ม คนกลาง ต่างๆ ต้องเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน ไม่ใช่หน้าโรงงานขายราคาหนึ่งหน้าปั๊มขายอีกราคาหนึ่ง ทำให้ประชาชนเฮไปซื้อ จุดที่ราคาถูก

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า วันนี้จึงได้เชิญผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบทั้งหลายเข้ามาร่วมประชุมเพื่อหาวิธีการดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการและมติของคณะกรรมการ ศบก. เพื่อ ให้มีความชัดเจนและ ออกประกาศส่วนที่จำเป็นในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้ปฏิบัติไม่ต้องกังวล เรื่องระเบียบและกฎหมายต่างๆ

วันนี้จะมีการตั้งคำถามไปถึงแต่ละฝ่ายที่รับผิดชอบให้ชี้แจงด้วยความชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความมั่นใจในข้อมูลเพื่อนำไปดำเนินการต่อ เช่นผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน ฝั่งรัฐบาลก็ต้องขอให้ตอบให้ชัดเจนว่าน้ำมันดิบที่เข้าสู่โรงกลั่นแต่ละโรงมีปริมาณเท่าไหร่แตกต่างจากช่วงปกติแค่ไหน และเดินเครื่องเต็มขีดความสามารถแล้วหรือไม่ น้ำมันแต่ละประเภทมีจำนวนที่กลั่นออกมาจากโรงกลั่นมากน้อยแค่ไหน และมีปัญหาการจัดส่งอย่างไร มีการกำหนดโควตาในการจัดส่งให้ผู้ให้บริการหรือไม่

ในส่วนของการขนส่ง ติดปัญหาอะไรหรือไม่ คลังน้ำมันได้มีการประกาศขายหน้าคลังตามที่รัฐบาลให้ประกาศแล้วหรือไม่อย่างไร และขายให้จ็อบเบอร์ในราคาที่ประกาศใหม่แล้วหรือไม่ มีเอกสารยืนยันหรือไม่ เพื่อทำให้ประชาชนได้เห็นว่าได้มีการดำเนินการตามข้อสั่งการ หรือจะได้ทราบว่ามีการลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

ในส่วนของจ๊อบเบอร์ ก็ขอให้ชี้แจงเรื่องสัญญาซื้อขายว่ามีปริมาณอย่างไรบ้าง มีการบวกกำไรในอัตราปกติเหมือนช่วงก่อนมีสงครามหรือไม่ หรือใช้โอกาสนี้ในการค้ากำไรเกินควรหรือไม่ เป็นต้น

ขณะที่ด้านการให้บริการขนส่ง หลังจากมีการขยายระยะเวลาแล้ว มีการเพิ่มเที่ยวขนส่งน้ำมันหรือไม่ และสามารถเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่

รวมถึงในเรื่องของการส่งออก ซึ่งจะสั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานควบคุมในเรื่องของการส่งออกและติดตามว่ามีการส่งออกในพื้นที่ใด ปริมาณเท่าไหร่บ้าง


คุณอาจสนใจ

Related News