เลือกตั้งและการเมือง

“พิจารณ์” ซัดเดือด! สีน้ำเงิน พูดแล้วทำ เซ็น MOA กับกู ยังไม่ทำเลย ประกาศกร้าวพอกันที

2 ชั่วโมงที่แล้ว

37 views

“พิจารณ์” ซัดเดือด! สีน้ำเงิน พูดแล้วทำ เซ็น MOA กับกู ยังไม่ทำเลย ประกาศกร้าวพอกันที รมต. นามสกุลเดิมนั่งหมุนเวียนทุกกระทรวง ชูกา ส้ม 2 ใบ เลิกโควตามุ้งการเมือง-ตั๋วตำรวจ มั่นใจ “เท้ง” นายกฯ คนใหม่ ไร้ซื้อขายตำแหน่ง

วันที่ 28 ม.ค. 2569 นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัย “ฝั่งธนไม่ทน ธนเอาจริง” เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.ฝั่งธนบุรี หาเสียง ว่า ตนต้องขอบคุณนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ที่ผิดใจกับภรรยามาลง สส.ในครั้งนี้อีกรอบ สำหรับพรรคการเมือง นักการเมืองที่เข้ามาแข่งขันการเลือกตั้ง ตนคิดว่าเหมือนกับการสมัครงาน เรามีความรู้ ความสามารถอย่างไร เพื่อให้นายจ้างรู้ว่าเราพร้อมแค่ไหน ดังนั้น เราให้ความสำคัญกับนโยบายเสมอ เราไม่ได้เขียนแค่ว่าเราจะทำอะไรแต่เราเขียนด้วยว่าเราจะทำอย่างไร ถือเป็นความพร้อมที่เราต้องการแสดงให้ประชาชนเห็น นอกจากนั้น เรายังบอกด้วยว่าจะให้ใครมาทำ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองเมืองไทย ที่พรรคการเมืองเปิดเผยรายชื่อของทีมบริหารให้ประชาชนได้เห็น ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง

“ผมบอกว่าพอกันทีกับคำที่ว่านั่งได้ทุกกระทรวง เก่งได้ทุกเรื่อง พี่น้องจะเลือกการเมืองท่านไหนก็จะได้นามสกุลเดิมๆ มานั่งผลัดเปลี่ยนกันหมุนเวียนข้ามกระทรวงเป็นโควตา มุ้งบ้านเล็กบ้านใหญ่ เราไม่เอา” นายพิจารณ์ กล่าว

นายพิจารณ์ ช่วงหนึ่งว่า “สีน้ำเงิน พูดแล้วทำ เซ็น MOA กับกู ยังไม่ทำเลย” ถ้ามีประสบการณ์นำพาประเทศไทยมาได้เท่านี้ จะเอาหรือไม่ พวกคุณบอกว่ามีประสบการณ์พาประเทศมาได้เท่านี้หรือ นอกจากนี้ มีปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ ทุนเทา ทุจริตคอร์รัปชัน เป็นปัญหาความท้าทายต่อรัฐบาลอย่างมาก 10 กว่าวันที่เหลือ ขอให้ช่วยกันไปบอกต่อไป สื่อสารบอกคนที่รู้จักพ่อแม่ลุงป้าน้าอา เพื่อนร่วมงาน ให้เข้าใจว่าเพราะอะไรพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ถึงกาส้ม 2 ใบ

“บอกไปว่าพรรคการเมืองนี้ชนะอันดับหนึ่งเมื่อปี 2566 โดยไม่ซื้อเสียง อยู่ได้ด้วยเงินบริจาคของนับแสนคนที่บริจาคให้กับพวกเรา ปีที่ผ่านมาได้ยอดบริจาค 96 ล้านบาท” นายพิจารณ์ กล่าว

นายพิจารณ์ ย้ำว่า เรื่องตั๋วตำรวจเป็นภาระของประชาชน นำมาซึ่งต้นทุนในการดำรงชีวิต ถูกรีดไถ ต่อให้เป็นตำรวจตรงฉินก็อยู่ยาก เพราะต้องซื้อขายตำแหน่งถึงจะก้าวหน้าได้ ภายใต้รัฐบาลของนายกที่ชื่อณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เราจะไม่ให้มีนักการเมืองหน้าไหน นายพลคนไหน เข้ามาซื้อขายตำแหน่ง แล้วเราจะประเมินแบบ 360 องศา

นายพิจารณ์ กล่าวว่า เราต้องการนักการเมืองที่มีเจตจำนงเข้าไปทำงาน ประเทศไทยไม่ได้ขาดนักการเมืองที่เก่ง เขาเขียนนโยบายออกมาได้หมดแต่เขาไม่ทำ เราไม่ได้ขาดคนเก่ง แล้วเราก็อย่าเพิ่งพูดกันว่าเราขาดคนดี แต่เราขาดคนที่มีเจตจำนงที่จะทำเพื่อประชาชน ทำเพื่อประเทศนี้ จริงๆเราต้องการผู้มีอำนาจที่เข้าสู่มีอำนาจแล้วไม่แสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง

คุณอาจสนใจ

Related News