เลือกตั้งและการเมือง
“พิพัฒน์” ตั้ง คกก.ตรวจสอบโครงการสีคิ้ว-พระราม 2 ลั่น 7 วัน ต้องตอบให้ได้เหตุเกิดเพราะอะไร
3 ชั่วโมงที่แล้ว
26 views
“พิพัฒน์” ตั้ง คกก.ตรวจสอบโครงการสีคิ้ว-พระราม 2 ลั่น 7 วัน ต้องตอบให้ได้เหตุเกิดเพราะอะไร เชื่อไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีแค่ไทยเป็นผู้รับเหมารายเดียวกัน โยนกรมบัญชีกลางยกเลิกสัญญา-ขึ้นแบล็กลิสต์ มองเป็นเกมการเมืองลดเรตติ้งภูมิใจไทย หลัง “ศักดิ์สยาม” ถูกเอี่ยวเซ็นสัญญา
วันที่ 15 ม.ค. 2569 เวลา 17.15 น. หลังจบการประชุมมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้าง เส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงระเบียบในสัญญามีเงื่อนไขอะไรที่ทำได้บ้างว่า พรุ่งนี้ (16 ม.ค. 2569) จะมีการประชุมข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ตนเองได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เรื่องของเครนรถไฟถล่ม อ.สีคิ้ว กับพระราม 2 แยกชุดกัน ภายใน 7 วัน จะต้องหาข้อสรุปให้ได้ หลังจากนั้นจะต้องหาวิธีเลิกสัญญาให้ได้ ส่วนสัญญาที่เหลืออยู่ 12-13 สัญญา ขอให้หยุดดำเนินการในช่วงนี้ ขอฝ่ายวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กับกระทรวงคมนาคม เข้ามาตรวจสอบถึงการดำเนินการเรื่องความปลอดภัยว่าเป็นขนาดไหน ตนได้หารือกับปลัดและรองปลัดในส่วนนี้
อีกทั้ง กระทรวงคมนาคม จะขอตั้งคณะกรรมการอีกชุดเพื่อกำกับดูแลในการทำงานอีกชั้นหนึ่ง ในส่วนของค่าใช้จ่ายผู้บริหารว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะมีที่ปรึกษา แต่กรณีของเราถือว่าเราเสริมเพื่อความมั่นใจของสาธารณะ เคสที่เกิดขึ้นในสองวันเชื่อว่า ไม่มีอะไรที่บังเอิญขนาดนี้ ในโลกนี้ก็น่าจะมีประเทศไทยที่มีลักษณะเดียวกันและที่สำคัญผู้รับเหมารายเดียวกัน
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมการตรวจสอบหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับความสะเพร่าหรืออะไร นายพิพัฒน์ เผยว่า ต้องตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อหาข้อเท็จจริง เพราะในที่ประชุมจะรู้ได้อย่างไร เมื่อวิศวกรรมสถานที่เชิญเข้ามาไม่ได้ลงพื้นที่วันนี้ แต่ลงพื้นที่ อ.สีคิ้ว และกำลังจะเดินทางไปที่พระราม 2 เพื่อไปดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เราจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อทำการสอบสวน และหาความผิดว่าความผิดเกิดจากส่วนไหนกันแน่ และคณะกรรมการที่จะสอบข้อเท็จจริงทั้งสองชุดต้องทำงานจบภายในหนึ่งสัปดาห์ให้ได้
ส่วนจะดำเนินคดีกับผู้รับเหมาก่อสร้างกี่คดีทั้งสองเหตุการณ์นั้น นายพิพัฒน์ บอกว่า ต้องดูว่าเกี่ยวข้องถึงกี่หน่วยงาน ต้องดำเนินคดีเป็นทอดๆ โดยเฉพาะผู้รับเหมาก็ส่วนนึง ที่ปรึกษาก็ส่วนนึง ตนเชื่อว่ามีองค์ประกอบหลายส่วน หากหลายส่วนต้องดำเนินคดีที่ต่อเนื่อง ตนไม่สามารถที่จะตอบได้ว่าจะดำเนินคดี กี่เคส แต่ตนจะต้องดำเนินคดีในส่วนนี้ให้ถึงที่สุด
เมื่อถามว่า นอกจากสองโครงการนี้ยังมีโครงการอื่นในประเทศไทยที่กระทรวงคมนาคม จะต้องตรวจสอบหรือไม่ นายพิพัฒน์ ย้ำว่า 12-13 โครงการ เราได้สั่งให้หยุดการทำงานทั้งหมด ขอให้หยุดปฏิบัติงานทันทีจนกว่ากระทรวงคมนาคมจะอนุญาตให้ปฏิบัติงานได้ เราต้องลงไปตรวจสอบว่ามีความปลอดภัยที่แท้จริง
“ผมคงรับแรงกดดันมากกว่านี้ไม่ไหว เมื่อวานเคสหนึ่ง วันนี้เคสหนึ่ง พรุ่งนี้มะรืนนี้จะมีอีกไหม ถ้ามีสงสัยต้องกลับไปบ้านเลี้ยงหลาน” นายพิพัฒน์กล่าว
ส่วนจะยกเลิกสัญญาเมื่อไหร่นั้น นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า การยกเลิกสัญญาต้องมีเหตุผลไม่ใช่ว่าตนอยากจะยกเลิกก็ยกเลิกได้ เพราะการยกเลิกสัญญาส่วนหนึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม ในฐานะเจ้าของงาน แต่การที่จะยกเลิกสัญญา ผู้ที่ทำสัญญาหรือคู่สัญญานั้นเป็นกรมบัญชีกลาง ในส่วนนี้กระทรวงคมนาคมจะทำหน้าที่ของเราที่สามารถทำได้ ยกเลิกแน่ในสองโครงการนี้
เมื่อถามย้ำว่า จะขึ้นบัญชีดำหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นส่วนที่ต้องต่อเนื่องทันที ขึ้นบัญชีดำอาจจะถูกลดชั้น ไม่สามารถประเมินงานใหม่ได้ จะต้องหารือกับกรมบัญชีกลาง
ส่วนจะขึ้นบัญชีดำแบบถาวรไม่สามารถรับงานของรัฐได้อีกหรือไม่ นายพิพัฒน์ เผยว่า ไม่ใช่โครงการนี้แล้วพาลอีกโครงการ อีก 10 กว่าโครงการ เขาดำเนินการแล้วไม่ได้ผิดอะไร บริษัทนี้ไม่ได้มีงานชนิดเดียวหรือลักษณะเดียว งานการก่อสร้างของ รปท. ก็ส่วนหนึ่ง ทางยกระดับของกรมทางหลวงก็ส่วนหนึ่ง เขาอาจจะมีงานรถไฟใต้ดิน ก็อาจจะไม่เหมือนกัน เราต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป แต่โดนแบล็กลิสต์แน่นอน ยืนยันได้ โดยเฉพาะเรื่องของคณะกรรมการชุดนี้ เรื่องของคำว่าอิตาเลียนไทย คงจะต้องคุยกับเขา โดยเฉพาะในอนาคตคงจะต้องเชิญผู้บริหารระดับสูงของเขาหารือกันว่าเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดระยะเวลา1-2 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลายเคส ตั้งแต่ สตง. คราวก่อนการทางพิเศษก็อีกหนึ่งเคส
เมื่อถามถึงกรณี อ.สีคิ้ว คนไปขุดเรื่องการลงนามสัญญาสมัย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วมาโจมตีนั้น นายพิพัฒน์ บอกว่า พรุ่งนี้ตนจะเปิดดูว่าโครงการสีคิ้วเป็นการลงนามในยุคของ นายศักดิ์สยามหรือไม่ แต่เชื่อว่าการลงนามยุคใดก็แล้วแต่ รัฐมนตรีเป็นพยานไม่ใช่เป็นผู้ลงนาม การเป็นรัฐมนตรีคำว่าความรับผิดชอบมีไหม แน่นอนเป็นเจ้ากระทรวงต้องรับผิดชอบ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างรัฐมนตรีไม่ได้รู้ทุกเรื่อง การลงนามก็ไม่ได้ลงนามแค่ครั้งเดียว ในแต่ละปีกระทรวงคมนาคมมีการลงทุน 100,000 กว่าล้านในแต่ละปี มีโครงการเล็กบ้างใหญ่บ้างเป็น 10 เป็น 100 โครงการ ส่วนรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ รับผิดชอบในฐานะเราเป็นผู้นำเสนอคำว่างบประมาณ แต่เราไม่ได้เป็นผู้ลงนามในแต่ละสัญญา เพราะแต่ละสัญญาต้องถามก่อนว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ลงนามจริง แต่การที่จะประมูลต้องผ่านกรมบัญชีกลาง ทุกอย่างกรมบัญชีกลางเป็นผู้นำเสนอเข้ามาว่าผู้ที่เสนอตนในการประมูลแต่ละงานผ่านคุณสมบัติหรือไม่ เราแบ่งหน้าที่กันทำงาน
“ยุคนั้นใครจะเป็นผู้เซ็นสัญญา ไม่ใช่เป็นประเด็น ไม่ใช่ว่าโครงการที่ผมเซ็นในวันนี้อีก 20 ปีเกิดพังยุคนายพิพัฒน์ สิ่งต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ ตนคิดว่าเราดูที่เนื้องานอย่าไปเจาะจงว่านี่เป็นความผิดของใคร อย่าเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาเป็นมิติการเมือง ตนเข้าใจ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง มิติทางการเมืองการทำลายเครดิตของแต่ละฝ่ายมีมากมาย พวกเราทำงานเราอยู่ในเนื้อของงาน อยู่ในหน้าของงาน การเมืองก็ขอให้ไปอยู่ในเนื้อของการเมือง เนื้อของการเลือกตั้ง เนื้อของแต่ละพรรค การต่อสู้อย่าเอาปัญหาของการเมืองมายุ่งกับการทำงานของแต่ละกระทรวง เข้าใจว่าพรรคภูมิใจไทยช่วงนี้อาจจะมีเรตติ้งที่ดีขึ้น อาจจะมีการเตะตัดขากันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ ตนไม่ได้กังวล ถือว่าเกมก็คือเกมไม่ใช่ปัญหา เกมมีเกิดขึ้นเราก็ต้องแก้ ปัจจุบันวิจารณ์ความผิดตรงไหน สิ่งที่ผมกระทำผมรับผิดชอบ” นายพิพัฒน์กล่าว
การที่ตอนนี้กระทรวงคมนาคมมีปัญหาเยอะไปหมด จะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนอย่างไร นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า พรุ่งนี้พวกเราจะมีการประชุม และจะย้อนกลับไปดูทั้งหมดว่าขณะนี้เรายังมีกี่โครงการที่เสี่ยงกับอันตราย โดยเฉพาะทางอากาศ อย่างทางยกระดับเสี่ยงอันตรายมาก หรือรถไฟใต้ดินก็เสี่ยงอันตราย แต่ถ้าบนผิวจราจรทั่วไปตนคิดว่าความอันตรายยังมีมีน้อย เพราะระหว่างการก่อสร้างไม่ได้ให้รถวิ่งอยู่แล้ว ถือว่าความปลอดภัยมีเยอะกว่า แต่อะไรที่เป็นความเสี่ยงก็มีไม่กี่โครงการ
แท็กที่เกี่ยวข้อง พิพัฒน์รัชกิจประการ ,เครนถล่ม ,พระราม2