เลือกตั้งและการเมือง

รองเลขาฯ กกต. ชี้ มวลชนโห่ไล่พรรคการเมือง เป็นสิทธิ์แสดงออก ส่อมีโทษหากพบเป็นกลุ่มจัดตั้ง

2 ชั่วโมงที่แล้ว

29 views

รองเลขาฯ กกต. แจงปมมวลชนโห่ไล่พรรคการเมือง ชี้ เป็นสิทธิ์การแสดงออกของประชาชน หาก ผู้สมัคร สส. ได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ ส่อมีโทษ หากพบเป็นกลุ่มจัดตั้งทางการเมือง

นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมาการการเลือกตั้ง กล่าวถึง การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางบูรณาการขับเคลื่อนการสร้างพลเมือง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าเป็นการประชุมที่ กกต.เคยมีมติให้ทำ MOU ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาช่วยขับเลื่อนการให้ความรู้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่ วันนี้จึงเป้นการทำความเข้าใจกับ 8 หน่วยงาน ในเรื่องการออกไปรณรงค์เผยแพร่ เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้ง สส. นอกจากนั้นยังมีภารกิจการออกไปรณรงค์ในพื้นที่แต่ละตำบล

ในส่วนของการรณรงค์เรื่องประชามติ กกต.ได้พิมพ์เผยแพร่ตามที่คณะรัฐมนตรีส่งมา ตอนนี้ส่งไปทุกครัวเรือนแล้ว แต่การทำความเข้าใจเนื้อหา หลายส่วนต้องช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชน อาจจะต้องไปเดินรณรงค์ตามบ้าน ขณะเดียวกันกรมประชาสัมพันธ์จะเป็นหน่วยงานที่ช่วยเผยแพร่ในเรื่องนี้ เกี่ยวกับขั้นตอนการออกเสียงประชามติ และ อสมท.ก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ในส่วนนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าว ถามว่ากรณีการเลือกตั้ง อบต.ที่มีผู้โหวต NO หรือโหวตไม่เลือกใครจำนวนมาก มันมีผลสะท้อนการเลือกตั้งใหญ่หรือไม่ รองเลขาธิการคณะกรรมาการการเลือกตั้ง ระบุว่า หลักการปกครองในระบบประชาธิปไตยนั้น อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ดังนั้นประชาชนจะมอบหมายให้ใครใช้อำนาจแทนตน ต้องดูคนที่เหมาะสม ดังนั้นเมื่อประชาชนเห็นว่าคนที่สมัครรับเลือกตั้งไม่เหมาะสม หรือไม่สมควรจะเลือก ประชาชนมีอำนาจที่จะไม่เลือกได้ เป็นอำนาจของประชาชนจริง เรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการไม่เลือกใครนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้รู้ว่าสิ่งที่ กกต. เน้นย้ำตลอดว่าทำอย่างไรให้ได้คนดีมาปกครองบ้านเมือง เมื่อประชาชนเห็นว่าไม่มีคนเหมาะสม ไม่เลือก เป็นเรื่องปกติที่ประชาชนสามารถทำได้

โดยทั่วไปแล้วการที่ประชาชนไม่เลือกใครเกิดขึ้นน้อย การไม่เลือกใครน่าจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ประทบความรู้สึกหรือมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่การเลือกตั้ง สส. โอกาสที่จะเกิดขึ้นว่าไม่เลือกใคร หรือโหวต NO ชนะนั้นไม่น่าจะมีมาก น่าจะมีน้อย เพราะว่าผู้สมัครเอง ต้องสร้างนโยบาย ต้องสร้างเครดิตให้ตนเอง ต้องออกไปหาเสียง ต้องสร้างคะแนนนิยม ดังนั้นผู้สมัครทุกคน รู้อยู่แล้วต้องออกไปหาเสียงอย่างไร ต้องทำหน้าที่อย่างไร เพื่อให้คนเลือก นักการเมืองและผู้สมัครต้องออกไปรณรงค์ให้คนเลือกอยู่แล้ว

การต่อสู้กันที่ดุเดือดในหลายพื้นที่ กกต.ได้ประสานเครือข่าย กกต.ที่มี ให้เก็บรวบรวมข้อมูลและพยายามเก็บหลักฐานข้อเท็จจริง แต่ถ้ามีการร้องเรียนเข้ามา ก็จะใช้ประกอบในการทำสำนวน เพื่อสืบสวนไต่สวนได้

ในกรณีที่บางพรรคการเมือง เตรียมไปร้องเรียน กกต.ว่ามีกลุ่มมวลชนมาก่อกวนขณะหาเสียง ซึ่งอาจเป็นมวลชนจัดตั้ง จากพรรคการเมืองคู่แข่งนั้น รองเลขา กกต.ระบุว่า การก่อกวนระหว่างการหาเสียงนั้น เป็นเรื่องของการขัดขวาง เป็นการขัดขวางการหาเสียงเลือกตั้ง ถือมีความผิดเกี่ยวกับโทษทางอาญา ต้องไปดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หากผู้สมัครใดถูกก่อกวน ก็ถือเป็นผู้เสียหายที่สามารถไปร้องเรียนได้ เพราะในกฎหมายการเลือกตั้ง ระบุไว้ว่าผู้สมัครสามารถเป็นผู้เสียหายที่จะสามารถไปร้องทุกข์กล่าวโทษเองได้

คำถามว่าการลงพื้นที่หาเสียง แล้วมีประชาชนหรือมวลชนโห่ไล่นั้น จะทำให้ดูว่าการเลือกตั้งไม่เรียบร้อยหรือไม่ ในเรื่องนี้ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การแสดงออกเป็นเรื่องสิทธิของประชาชน แต่ถ้าผู้สมัครรู้สึกได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ หากมีหลักฐานชัดว่ามีการจัดตั้ง ของพรรคการเมืองคู่แข่งจัดตั้งมวลชนมาก่อกวน ถือว่าเป็นความเสียหาย ที่พรรคการเมืองที่เสียหายต้องแจ้งความดำเนินคดีเองได้ ว่ามีความผิดเกี่ยวกับโทษทางอาญาอย่างไรบ้าง ส่วนจะเข้าข่ายผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ต้องไปดูในรายละเอียดว่าผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่อย่างไร ถ้าเป็นการกลั้นแกล้งหรือใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือกลั่นแกล้งเพื่อให้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในส่วนนี้ต้องไปดูข้อเท็จจริงว่าจะมีคนมาร้องเรียนหรือไม่ ถ้ามาร้องเรียนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสืบสวนไต่สวนต่อไป ถึงจะเข้าไปสู่การวินิจฉัยของ กกต.ได้

สำหรับกรณี กกต.ปราจีนบุรี ที่ไปแจ้งความเอาผิดพระสงฆ์ที่มาคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในเรื่องนี้ตามกฎหมายห้ามบุคคลที่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ถือไปใช้สิทธิ์ถือว่ามีโทษทางอาญา ต้องไปดำเนินคดีทางอาญากันไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีแบบนี้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง มีความผิดหรือไม่ กรณีไม่เตือนหรือแจ้งกับพระสงฆ์ว่าเป็นผู้ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง รองเลขา กกต.ระบุว่าในส่วนนี้ต้องไปดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ส่วน กกต.ประจำหน่วยเลือกตั้งจะมีความผิดหรือไม่นั้น ยังไม่ไม่ได้ว่าผิดหรือไม่ผิด เพราะยังไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเกิดจากอะไร เกิดจากปัญหาอะไร หรือมีการเข้าใจผิดกันอย่างไร ดังนั้นเรื่องนี้ต้องไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

คุณอาจสนใจ

Related News