เลือกตั้งและการเมือง

“ยศชนัน” ชู “รัฐบาลดิจิทัล” ใช้ AI รีดไขมันงบฯ-ลดคอร์รัปชัน

11 ชั่วโมงที่แล้ว

17 views

“ยศชนัน” ชู “รัฐบาลดิจิทัล” ใช้ AI รีดไขมันงบฯ-ลดคอร์รัปชัน ดัน “30 บาท AI” เชื่อมข้อมูลสุขภาพเจาะลึกระดับ DNA วางเป้าปั้นแบรนด์ไทยเทียบชั้น “สวิตเซอร์แลนด์” ดึงดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 กล่าวถึงการเข้าไปมีส่วนของเปิดนโยบายที่ออกมาเป็นระลอกว่า มีส่วน เพราะมีวางแผนไว้หมดอยู่แล้ว บางทีเราจำเป็นต้องสื่อสารบางเรื่องก่อนที่อีกเรื่องจะตามมาได้ คาดว่าเราจะสร้างประเทศเป็นประเทศที่มีรายได้สูงเป็นครั้งแรก การพูดคุยเรื่องรากฐานจะเป็นประเทศรายได้สูงต้องเริ่มจากการแก้หนี้ก่อน

ปรัชญาคือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เรื่องของการขยายโอกาส บางอย่างจับต้องยากเพราะเราต้องลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ก่อน ทำให้เราไม่สามารถใส่เป็นนโยบายรายข้อได้เนื่องจากมีโครงการผูกพันเดิมอยู่แล้ว เราเป็นเพียงคนรวมเข้าด้วยกันเพราะมีการกันงบประมาณระยะยาว แต่พร้อมสนับสนุนนโยบายย่อยเหล่านี้ อีกประเด็นคือก้อนนี้จะทำไม่ได้หากเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

ใครฟังทีแรกก็คิดว่าแจกเงินถูกไหม นายยศชนันชี้แจงว่า สิ่งที่จำเป็นคือเรื่องรัฐบาลดิจิทัล เราจะเป็นประเทศที่รายได้สูงจำเป็นต้องใช้งบประมาณ ถ้าไม่มีโมเดลการหารายได้เพิ่มเติม เราจึงจำเป็นต้องมีโครงการที่ทำเม็ดเงินอยู่นอกระบบเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ การเข้ามาต้องใช้แรงจูงใจในเชิงบวกเราไม่สามารถบังคับใครว่านี่คือเงินก้อนไหนที่เข้ามา ซึ่งเงินก็ใหม่เราจะพูดถึงการลงทุนจากต่างประเทศเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เขารู้อยู่แล้วว่าแบบนี้ไม่พอที่จะทำให้รายได้สูงขึ้น

ด้านนโยบายคนไทยไร้จน คนมีรายได้ไม่เกิน 3,000 บาทจะเอาเงินมาจากไหน นายยศชนันกล่าวว่า ถ้าฉีดทุกงบแต่ละอาทิตย์งบจะสิ้นเปลืองมหาศาล รัฐบาลดิจิทัลไม่ใช่ซอฟต์แวร์แต่เป็น AI ที่เข้ามาวิเคราะห์ อย่างเช่น Chat GPT ใช้ข้อมูลทั้งหมดเวลาถามก็จะกว้างแต่ถ้าเราใช้ข้อมูลที่แม่นยำโดยมีฐานข้อมูลที่เชื่อถือแล้วให้ AI ประเมินผลพอเสร็จเราจะมี Reference บอกว่าเอามาจากไหนทำให้ทุกคนมั่นใจ

นี่คือข้อมูลเชิงพฤติกรรม ก็คือข้อมูลที่เราเรียกรวมว่า 30 บาท AI เรารวบรวมข้อมูลการแพทย์ทั้งหมดเข้ามาสามารถรู้ได้หมด เช่นเรื่อง DNA พฤติกรรมการกิน พื้นที่ที่เสี่ยงเป็นโรค การแจ้งเตือนการเจ็บป่วย อันนี้ต้องใช้ความต้องการของภาครัฐก็จะลงทุนอุตสาหกรรมเพื่อนำสิ่งนี้มาใช้หมุนเวียนทางระบบ

ถามว่าโครงการ Digital Wallet ยังมีอยู่หรือไม่ นายยศชนันตอบว่า โครงการ Digital Wallet จบไปแล้ว แต่สิ่งที่ทำต่อคือระบบรัฐบาลดิจิทัลทำให้กระบวนการภาครัฐกระชับ ลดการคอรัปชั่น เพราะค่าใช้จ่ายภาครัฐไม่เทอะทะ ทำให้มีงบเพิ่มเติมเข้ามา นอกจากเรื่องการสร้างรายได้ก็ทำให้รีดไขมันหน่วยงานรัฐและใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพโดยมี 2 วิธีการคือ

1. รวมผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทย

2. มีที่ปรึกษาจากต่างประเทศ

ก่อนใช้ที่ปรึกษาจากต่างประเทศเราจะเชิญให้คนไทยมาแสดงความคิดเห็นในบางส่วนก่อน สิ่งสำคัญคือสร้างความเชื่อมั่นให้กับการลงทุนว่าวันนี้โปร่งใส ถ้าเห็นกระบวนการที่เราทำบางส่วนหรือเสนอมากพอทุกคนมีความรู้สึกว่าระบบนี้มีความน่าเชื่อถือการลงทุนก็จะง่ายขึ้น

ดูครบชุดหรือยังเพราะมีคนเริ่มร้องเรียน นายยศชนัน ตอบว่า อยากให้ดูทั้งระบบเนื่องจากนโยบายที่สำคัญตนคิดว่าต้องให้ข้อมูลกับคนไทยว่านโยบายหนึ่งไม่สามารถทำให้ประเทศไปข้างหน้าเราจำเป็นต้องมีหลายนโยบายทำให้ทุกคนเห็นว่าทำไมต้องมีนโยบายนี้ การยก 1 นโยบายมาถามต้องดูให้รอบด้าน และทุกพรรคดูว่าเป็นยังไงบ้าง

เราต้องสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยให้คล้ายกับสวิตเซอร์แลนด์ ที่เน้นจุดเด่นเรื่องความหลากหลายและสมุนไพรเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมูลค่าสูงให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย แทนการเน้นปริมาณแต่สร้างมูลค่าต่ำ แม้บางส่วนอาจยังไม่ได้เขียนในเล่มนโยบายอย่างเป็นทางการแต่เป็นสิ่งที่พยายามสื่อสารเพื่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศมากขึ้น

เราจะผลักดันการวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นระบบโดยตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านโรคเขตร้อนเพราะเรามีความเชี่ยวชาญและมีตัวอย่างไวรัสครบทุกสายพันธุ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกตะวันตกต้องการ เมื่อดึงดูดคนมารักษาได้แล้ว จึงค่อยขยายผลไปสู่การดูแลโรคอื่นๆเช่น มะเร็งและอัมพฤกษ์อัมพาต

เราไม่ควรผลิตเครื่องมือแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่โดยตรงแต่ควรเน้นการต่อยอดเช่นการผลิตอุปกรณ์เสริมสำหรับเครื่องสแกนที่มีอยู่แล้วโดยร่วมมือกับบริษัทใหญ่เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานซึ่งทำให้เราเติบโตและรวยไปพร้อมกับเขาเมื่อขายสินค้าได้


เรียบเรียงโดย สรายุทธ ถ้วยทอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ ,เพื่อไทย

คุณอาจสนใจ

Related News