ต่างประเทศ

สื่อเขมรชี้ชัยชนะของ “ภูมิใจไทย” ทิศทางหลังเลือกตั้ง ส่อทำสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา” ตึงเครียด

2 ชั่วโมงที่แล้ว

6 views

สำนักข่าว Khmer Times สื่อชั้นนำของกัมพูชา รายงานบทวิเคราะห์ทิศทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง โดยระบุว่าชัยชนะแบบเกือบแลนด์สไลด์ของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ “อนุทิน” กำลังกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่าง “ไทย-กัมพูชา”

รายงานจาก Khmer Times ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยสร้างผลงานเกินคาดด้วยการกวาดที่นั่งสภาผู้แทนราษฎรไปถึง 193 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชน (People’s Party) ที่ได้ 118 ที่นั่ง ส่งผลให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นผลมาจากการชูนโยบายอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว

ประเด็นที่สื่อกัมพูชาให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือคำประกาศของนายอนุทินที่ยืนยันจะเดินหน้ายกเลิก MOU 44 ซึ่งเป็นข้อตกลงพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 2544 โดยนายอนุทินระบุชัดเจนว่า "ข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์แบบ 50-50 สำหรับทรัพยากรพลังงานในอ่าวไทยจะไม่อยู่ในการพิจารณาอีกต่อไป" ซึ่งถือเป็นการทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในช่วงหาเสียง

นายกิน เพีย ผู้อำนวยการสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งกัมพูชา แสดงความคิดเห็นผ่าน Khmer Times ว่า ผลเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนไทยจำนวนมากสนับสนุนท่าทีที่ก้าวร้าวต่อกัมพูชา โดยเฉพาะวาทกรรมเรื่อง “สงคราม” ที่พรรคภูมิใจไทยใช้ในการหาเสียง

นายกินระบุว่า "เราไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะทางทหารรอบใหม่ หากนายอนุทินเลือกใช้ความรุนแรง เขาจะสร้างปัญหาทางเศรษฐกิจและความอับอายทางการทูตให้ไทยเอง"

ขณะที่ นายยุค ชาง (Youk Chhang) ผู้อำนวยการศูนย์เอกสารกัมพูชา มองว่าความขัดแย้งชายแดนถูกนักการเมืองไทยหยิบมาเป็น "เครื่องมือ" ในการแย่งชิงอำนาจภายในประเทศ พร้อมแฉข้อมูลว่าปัจจุบันกองทัพไทยยังคงเข้ายึดพื้นที่ 14 จุดของกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาเตรียมยุทธศาสตร์รับมือในทุกมิติ

นายยุคย้ำว่า หากมองอย่างเป็นกลาง ความขัดแย้งนี้คือการต่อสู้ภายในของไทยที่หยิบยกความตึงเครียดทางประวัติศาสตร์กับกัมพูชาขึ้นมาสร้างความสามัคคีในชาติเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ดังนั้น การเลือกตั้งของไทยจึงเป็นเพียงจุดเปลี่ยนหนึ่ง แต่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเรื่องนี้ กัมพูชาต้องเตรียมพร้อมด้วยยุทธศาสตร์หลายมิติที่ครอบคลุมไปถึงคนหลายรุ่น

นอกจากนี้ สื่อกัมพูชายังได้หยิบยังความคิดเห็นของนายไมเคิล อัลฟาโร มารายงานด้วย ซึ่งเขาระบุว่า ลัทธิชาตินิยมที่รุนแรงอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่หมายถึงชีวิตของพลเรือนตามแนวชายแดน พร้อมชี้ว่าประวัติศาสตร์จะตัดสินผู้นำจากสิ่งที่พวกเขาลงมือทำเพื่อสันติภาพ ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด

สื่อกัมพูชามองว่า การก้าวขึ้นมามีอำนาจเบ็ดเสร็จของพรรคภูมิใจไทยคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจทำให้ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาถอยหลังลงคลอง โดยกัมพูชาจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิด

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ชายแดนไทยกัมพูชา

คุณอาจสนใจ

Related News