ต่างประเทศ

พลังงานโลกระส่ำ! อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่ยิงเรือทุกลำที่แล่นผ่าน

4 ชั่วโมงที่แล้ว

29 views

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ของอิหร่าน ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ พร้อมขู่ว่าจะเปิดฉากยิงใส่เรือทุกลำที่พยายามจะแล่นผ่านเส้นทางนี้

นายอิบราฮิม จาบารี (Ebrahim Jabari) ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการสูงสุดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดแล้ว หากใครบังอาจฝ่าฝืน เหล่าวีรบุรุษแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติและกองทัพเรือจะเผาเรือเหล่านั้นให้วอดวาย

นอกจากนี้ นายจาบารียังระบุผ่านช่องทางเทเลแกรมของ IRGC ว่า "เราจะโจมตีท่อส่งน้ำมันด้วย และจะไม่ยอมให้น้ำมันแม้แต่หยดเดียวหลุดรอดออกไปจากภูมิภาคนี้ ราคาน้ำมันจะพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"

สำนักข่าวตัสนีม (Tasnim) สื่อของรัฐบาลอิหร่านยังรายงานคำพูดของนายจาบารีที่ระบุว่า "พวกอเมริกาที่มีหนี้สินมหาศาลหลายล้านล้านดอลลาร์ ต้องพึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคนี้ แต่พวกเขาควรรู้ไว้ว่า จะไม่มีน้ำมันแม้แต่หยดเดียวไปถึงมือพวกเขา"

ประกาศดังกล่าวของอิหร่านถือเป็นท่าทีที่แข็งกร้าวและชัดเจนที่สุดของอิหร่าน นับตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้กำลังสร้างความหวั่นวิตกว่าจะกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก โดยเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย ทั้ง ซาอุดีอาระเบีย, อิหร่าน, อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ โดยจุดที่แคบที่สุดของช่องแคบนี้มีความกว้างเพียง 33 กิโลเมตรเท่านั้น โดยมีเส้นทางเดินเรือกว้างเพียงฝั่งละ 3 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งทำให้พื้นที่นี้เสี่ยงต่อการเกิดการโจมตีเป็นอย่างมาก

ช่องแคบแห่งนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก เนื่องจากน้ำมันประมาณ 20% ของโลกจะต้องขนส่งผ่านเส้นทางนี้ในทุก ๆ วัน นอกจากนี้ ช่องแคบนี้ยังเป็นเส้นทางขนส่งก๊าซธรรมชาติ ประมาณ 1 ใน 5 และปุ๋ยยูเรียอีก 1 ใน 3 ดังนั้น การหยุดชะงักใดๆ ในพื้นที่นี้จะทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกทะยานสูงขึ้นอย่างทันทีแน่นอน และสร้างความหวาดกลัวว่าสงครามจะขยายตัวไปทั่วภูมิภาค

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางก็ทำให้เมื่อวานนี้ ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่งสุงขึ้นทันทีเกือบ 50% ส่วนราคาก๊าซธรรมชาติในเอเชีย เพิ่มขึ้นเกือบ 40% ขณะเดียวกัน ประเทศกาตาร์ ผู้ผลิตก๊าซรายใหญ่ ต้องประกาศหยุดการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลังจากโรงงาน LNG ถูกโจมตี

ทางด้านสหรัฐอเมริกา นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการบรรเทาภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามกับอิหร่าน

นายรูบิโอระบุว่า "เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ คุณจะได้เห็นเราประกาศมาตรการต่างๆ เป็นระยะเพื่อพยายามบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น เราคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่"

ขณะที่สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่า การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล จนทำให้เกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็น "ภาวะช็อกทางเศรษฐกิจ" ของโลก และหากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและค้างอยู่ในระดับนั้นนานพอ อาจกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มได้ถึง 0.6-0.7% และจะส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย รวมถึงอาจทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกชะลอการผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน

นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า จากสถานการณ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดในตะวันออกกลาง สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือหนึ่งในฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับเศรษฐกิจโลก โดยเขาคาดว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้นอีกก่อนที่จะเริ่มคลี่คลาย

ทั้งนี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติเอเชียอย่างจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบผ่านช่องทางนี้รวมกันถึง 69% ในปีที่ผ่านมา แต่แค่จีนประเทศเดียวนำเข้าน้ำมันมาถึง 90% ของปริมาณน้ำมันทั้งหมดที่อิหร่านส่งออกสู่ตลาดโลก

ส่วนประเทศผู้ขาย คือประเทศแถบอ่าวอาหรับซึ่งเศรษฐกิจส่วนใหญ่พึ่งพาการส่งออกสินค้าพลังงานก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักไม่แพ้กัน เช่น ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 6 ล้านบาร์เรลต่อวันผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซแห่งนี้ สูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ส่วนอิหร่านเอง ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะมีการส่งออกน้ำมันประมาณ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ทั้งนี้ การขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านนั้นมีมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ทำให้ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในภูมิภาคต้องเร่งพัฒนาเส้นทางส่งออกอื่นเพื่อเป็นทางเลือก

เช่น ซาอุดีอาระเบีย ที่ได้มีการเปิดใช้งานท่อส่งน้ำมันแนวตะวันออก-ตะวันตก (East–West pipeline) เป็นเส้นทางยาวกว่า 1,200 กิโลเมตร มีความสามารถในการขนส่งน้ำมันดิบได้สูงสุด 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะเดียวกันในปี 2562 ซาอุดีอาระเบียยังได้มีการปรับเปลี่ยนการใช้งานท่อส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้ในการขนส่งน้ำมันดิบแทนเป็นการชั่วคราวด้วย

ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ได้เชื่อมต่อแหล่งน้ำมันผ่านท่อส่งน้ำมันที่มีกำลังการผลิต 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันไปยังท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah) บริเวณอ่าวโอมาน เช่นเดียวกับอิหร่านที่ได้เปิดใช้งานท่อส่งน้ำมันโกเรห์-จาสก์ (Goreh–Jask) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อขนส่งน้ำมันดิบไปยังอ่าวโอมานโดยตรง โดยในปัจจุบันท่อส่งน้ำมันนี้สามารถส่งน้ำมันได้ประมาณ 350,000 บาร์เรลต่อวัน

อย่างไรก็ดี สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ ประมาณการว่า เส้นทางสำรองเหล่านี้สามารถรองรับการขนส่งรวมกันได้เพียงประมาณ 15% ของปริมาณน้ำมันดิบที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบัน



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/SaUxF-LeP9Y

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ,อิหร่าน

คุณอาจสนใจ

Related News