ต่างประเทศ

'ทรัมป์' เสนอเปลี่ยนชื่อช่องแคบฮอร์มุซเป็น 'ช่องแคบทรัมป์'

3 ก.ย. 2569

186 views

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่าจะเปลี่ยนชื่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งในสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ให้เป็นชื่อของเขาเอง ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเผยแพร่ผ่านทางโพสต์ในทรูธ โซเชียลไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ทรัมป์ ซึ่งกำลังมีข้อพิพาทกับแคนาดาอย่างรุนแรง ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอซึ่งกั้นระหว่งสหรัฐ และแคนาดา เป็น “ทะเลสาบอเมริกา”


ทรัมป์เขียนในโพสต์ว่า “ตอนนี้เราควบคุมมันได้แล้ว เราควรเปลี่ยนชื่อช่องแคบฮอร์มุซเป็นช่องแคบทรัมป์หรือไม่???”   และ “เช่นเดียวกับอเมริกาเอง มันจะ ‘ร้อนแรง’ กว่าที่เคย! ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้  


ยังไม่เป็นที่แน่ชัดในทันทีว่าประธานาธิบดีจะพยายามเปลี่ยนชื่อช่องแคบนี้อย่างไร เนื่องจากช่องแคบนี้ไม่ได้อยู่ใกล้กับสหรัฐอเมริกาเลย


ทั้งนี้ คำสั่งเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดัก เบอร์กัม และหน่วยงานของเขาอัปเดตระบบข้อมูลชื่อทางภูมิศาสตร์ด้วยชื่อใหม่ โดยแคนาดาปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงนี้ แม้ว่ากูเกิล และ แอบเปิลจะเพิ่งอัปเดตแผนที่ของพวกเขาเมื่อเร็ว ๆ นี้ไปใช้ทะเลสาบอเมริกาแล้วก็ตาม


ในช่วงต้นวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของเขา ทรัมป์ยังประกาศว่าเขาจะเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็นอ่าวอเมริกา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เม็กซิโกและประเทศอื่น ๆ ปฏิเสธเช่นกัน สหรัฐอเมริกาติดกับทะเลสาบออนแทรีโอและอ่าวเม็กซิโก ซึ่งทั้งสองแห่งมีชื่อนี้มานานหลายศตวรรษแล้ว


นอกจากนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดในทันทีว่าทรัมป์จริงจังกับแผนล่าสุดที่จะพยายามเปลี่ยนชื่อลักษณะทางภูมิศาสตร์ระหว่างประเทศหรือไม่


เมื่อถูกถามที่ทำเนียบขาวในบ่ายวันพุธว่าเขาตั้งใจจะเปลี่ยนชื่อช่องแคบจริง ๆ หรือไม่ ทรัมป์บอกเป็นนัยว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ โดยทรัมป์กล่าวว่า “ไม่ ไม่ ... มันเป็นแค่ความคิดที่ผุดขึ้นมา”


ทรัมป์และคณะบริหารของเขาได้ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอิหร่านได้สูญเสียการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซไปแล้ว ซึ่งช่องแคบนี้เคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหนึ่งในห้าของโลกก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่ปริมาณการขนส่งผ่านช่องแคบยังคงต่ำกว่าระดับก่อนสงครามมาก และผู้ติดตามการเดินเรือระบุว่าปริมาณการขนส่งลดลงอีกในไม่กี่วันที่ผ่านมา เนื่องจากปฏิบัติการโจมตีทางทหารในภูมิภาคได้กลับมาดำเนินการอีกครั้งหลังจากหยุดชะงักไปหลายสัปดาห์


คณะบริหารของทรัมป์อ้างว่าการส่งออกน้ำมันทั้งหมดจากภูมิภาคนี้สูงกว่าก่อนสงครามเริ่มต้นขึ้น หากนับรวมท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซด้วย


โดยทางด้าน คริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ กล่าวกับซีเอ็นบีซีเมื่อวันพุธว่า น้ำมันกว่า 17 ล้านบาร์เรลขนส่งผ่านช่องแคบในวันจันทร์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในสมัยสงคราม ก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวันผ่านช่องแคบนี้


https://youtu.be/8wQlycHekeg

คุณอาจสนใจ

Related News