ต่างประเทศ
ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ลั่นเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปเพื่อกดดันศัตรู
13 มี.ค. 2569
68 views
โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในอิหร่านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศประกาศลั่นว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซควรดำเนินตลอดไปในฐานะ “เครื่องมือเพื่อกดดันศัตรู” และประกาศลั่นว่า ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางทั้งหมดจะต้องปิดตัวลงทันที และ “ฐานทัพเหล่านั้นจะถูกโจมตี”
ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ของรัฐ ได้อ่านแถลงการณ์ของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี โดยกล่าวว่า "แน่นอนว่า การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซจะต้องถูกใช้ต่อไป และการเปิดแนวรบอื่นๆ ที่ศัตรูอ่อนแอมาก หากสงครามยังดำเนินต่อไป จะถูกพิจารณาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์เป็นสำคัญ"
"ดังที่เราได้ให้คำเตือนอย่างชัดเจนแล้ว และโดยปราศจากการรุกรานใดๆ ต่อประเทศเหล่านั้น (ในภูมิภาค) เรายังคงยึดมั่นในความจำเป็นของมิตรภาพระหว่างเรากับประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้น และได้กำหนดเป้าหมายไปที่ฐานทัพ (สหรัฐฯ) เหล่านั้นเท่านั้น จากนี้ไป เราจะถูกบังคับให้ดำเนินการเช่นนี้ต่อไป"
“เราจะไม่ละเว้นจากการแก้แค้นให้กับเลือดของวีรชนของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมต่อเด็ก เช่น อาชญากรรมโดยเจตนาที่โรงเรียนมินาบ”
"ผมขอขอบคุณนักรบแห่งแนวร่วมต่อต้านอย่างจริงใจ เราถือว่าประเทศต่างๆ ในแนวร่วมต่อต้านเป็นมิตรที่ดีที่สุดของเรา" และว่า "อุดมการณ์แห่งการต่อต้านและแนวร่วมต่อต้านเป็นส่วนที่แยกไม่ออกของค่านิยมของการปฏิวัติอิสลาม"
ทั้งนี้ นี่เป็นคำแถลงต่อสาธารณะครั้งแรกของคาเมเนอี นับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านเมื่อวันที่ 9 มีนาคม หลังจากการลอบสังหารบิดาของเขา อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเริ่มต้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในครั้งนั้น ทำให้ โมจตาบา ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีบ้านพักของบิดาด้วย
ทั้งนี้โมจตาบา วัย 56 ปี ถูกมองว่ามีแนวคิดแข็งกร้าวและอนุรักษ์นิยมมากกว่าบิดา แม้ว่าเขาจะเก็บตัวเงียบในอิหร่านก่อนที่จะได้รับเลือกให้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดต่อจากบิดา โดยทางด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แสดงความ “ผิดหวัง” ในการเลือกเขาโดยผู้นำศาสนาอาวุโสของอิหร่าน โดยกล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า “ผมไม่เชื่อว่าเขาจะอยู่อย่างสงบสุขได้”
ขณะเดียวกัน นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวกับ “สกายนิวส์” ของอังกฤษเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในทางทหาร
นาย เบสเซนต์ ระบุว่า “นั่นเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนของเราเสมอมา คือมีโอกาสที่กองทัพเรือสหรัฐฯ หรืออาจจะเป็นพันธมิตรนานาชาติ จะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านไป” และว่า “ผมเชื่อว่า ทันทีที่ทำได้ในทางทหาร กองทัพเรือสหรัฐฯ และอาจร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ จะคุ้มกันเรือผ่านไป”
ขณะเดียวกัน ทางด้านสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ได้ออกรายงานระบุว่า ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตะวันออกกลางได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมันโลก ทำให้ปริมาณน้ำมันที่ออกสู่ตลาดโลกหายไปวันละ 8 ล้านบาเรลล์
ไออีเอ คาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันทั่วโลกจะลดลงประมาณ 8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม แม้ว่าการลดการผลิตในตะวันออกกลางบางส่วนจะได้รับการชดเชยด้วยการเพิ่มผลผลิตจากประเทศนอกกลุ่ม โอเปกพลัวก็ตาม แต่ตลาดยังคงมีความไม่แน่นอนอย่างมาก
รายงานระบุว่า ปริมาณการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมากจากเดิมประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนเกิดความขัดแย้ง จนเกือบหยุดชะงักในปัจจุบัน ประกอบกับ การผลิตน้ำมันในกลุ่มประเทศอ่าวลดลงอย่างน้อย 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถ้าหากการขนส่งไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว การสูญเสียอุปทานอาจขยายตัวมากขึ้นกว่านี้
นอกจากนั้น รายงานของไออีเอ ยัง นระบุว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมด้วย และ กำลังการผลิตในการกลั่นน้ำมันกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันถูกปิดลงเนื่องจากการโจมตีและการหยุดชะงักของการส่งออก ตามรายงาน
ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน อญาตอลลาห์ โมจตาบา คาเมเนอี นั้นได้เปิดบัญชีใหม่ที่ "ยืนยันแล้ว" บนแพลตฟอร์มโซเชียล มีเดีย X ของอีลอน มัสก์ และมี ผู้ติดตามกว่า 44,000 คน
บัญชีดังกล่าวใช้ชื่อว่า "เราะห์บาเรนเกลับ" @Rahbarenghelab_ ได้ทวีตข้อความมากมายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เกี่ยวกับสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลกระทำต่ออิหร่าน และการตอบโต้ของสาธารณรัฐอิสลามต่อสงครามดังกล่าว
หนึ่งในข้อความที่โพสต์ลงนั้นก็คือ “พี่น้องนักรบที่รัก! ความปรารถนาของประชาชนส่วนใหญ่คือการป้องกันประเทศที่มีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดความเสียใจอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซจะต้องถูกใช้ต่อไปอย่างแน่นอน”
ส่วนอีกโพสต์หนึ่งระบุว่า “ผมขอรับรองกับทุกคนว่าเราจะไม่ละทิ้งการแก้แค้นให้กับเลือดของวีรชนของท่าน”
นอกเหนือจากการพูดถึงช่องแคบฮอร์มุซแล้ว คาเมเนอียังเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านในตะวันออกกลาง “ชี้แจงจุดยืนของตน” และให้ประเทศที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ปิดฐานทัพเหล่านั้นลง
แท็กที่เกี่ยวข้อง ช่องแคบฮอร์มุซ ,อิหร่าน